ลูกช้างหลงแม่ป่าน้ำหนาวตายแล้ว พบดิน-หิน​ในทางเดินอาหาร

ลูกช้างหลงแม่ป่าน้ำหนาวตายแล้ว พบดิน-หิน​ในทางเดินอาหาร

ลูกช้างหลงแม่ป่าน้ำหนาวตายแล้ว พบดิน-หิน​ในทางเดินอาหาร

รูปข่าว : ลูกช้างหลงแม่ป่าน้ำหนาวตายแล้ว พบดิน-หิน​ในทางเดินอาหาร

ลูกช้างป่าพลัดหลงแม่ใกล้อุทยานฯ น้ำหนาว ตายแล้ว สัตวแพทย์ชันสูตรซากพบเศษดินและก้อนหินในทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกช้างตายในที่สุด

วันนี้ (19 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีพบลูกช้างเพศผู้ อายุประมาณ 1-2 เดือน พลัดหลงบริเวณป่าไร่ข้าวโพดของชาวบ้านใน ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด ลูกช้างป่าตายแล้ว เมื่อเวลา 09.45 น.โดยทีมสัตวแพทย์ได้ผ่าชันสูตรซากลูกช้างป่า ซึ่งผลการชันสูตรพบเศษดินและก้อนหินในทางเดินอาหารประมาณ​ 300​ กรัม​ มีเลือดออกและจุดเนื้อตายในทางเดินอาหาร​ เกิดการเสื่อมสภาพ​และเนื้อตายในไต​ ตับ​ ม้าม​ พบเลือดออกในปอด​ หัวใจมีการขยายขนาดเพิ่มขึ้น​ พบของเหลว​ในถุงหุ้มหัวใจประมาณ​ 50​ มิลลิลิตร​ พบน้ำในทางเดินอาหาร​ประมาณ​ 30 ลิตร

สาเหตุ​การตายเกิดจากการกินเศษดินและก้อนหิน​ ทำให้เกิดการอุดตัน​อาหารและน้ำไม่สามารถ​ไหลผ่านได้​ จึงเกิดการติดเชื้อ​ ท้องอืดและกดการหายใจ จนเกิดอาการช็อกและตายในที่สุด

ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

ภาพ : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)

 

ก่อนหน้านี้ ทีมสัตวแพทย์เข้าประเมินสุขภาพของลูกช้าง ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สร้างคอกชั่วคราวบริเวณจุดที่พลัดหลง เพื่อรอแม่ช้างมารับลูกช้างกลับโขลง ต่อมาวันที่ 16 ก.ย.ได้เคลื่อนย้ายลูกช้างออกจากคอกชั่วคราวบริเวณที่พลัดหลง ไปยังบริเวณสวนสนบ้านแปก อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เนื่องจากเป็นจุดที่มีร่องรอยของช้างป่าใช้เป็นเส้นทางหากิน จากนั้นวันที่ 17 ก.ย. สังเกตเห็นลูกช้างมีอาการอ่อนเพลีย พบรอยบาดแผลบริเวณใบหูด้านขวา และโคนหางพบหนอนแมลงวัน จึงได้เคลื่อนย้ายลูกช้างไปยังคอกชั่วคราวที่โรงรถ บริเวณที่ทำการอุทยานฯ น้ำหนาวอีกครั้ง พร้อมทำการรักษาให้น้ำเกลือและอนุบาลอย่างใกล้ชิด

จากนั้นวันที่ 18 ก.ย. หลังเที่ยงคืนถึงช่วงเช้าวันนี้ (19 ก.ย.) ลูกช้างมีอาการยืนซึม อ่อนแรง ล้มตัวนอนสลับยืนหลับเป็นระยะ ทีมสัตวแพทย์ให้สารน้ำและสารอาหารทางเส้นเลือด ประกอบกับมีฝนตกหนักและลมพัดแรง ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง จึงห่มผ้าและให้นมลูกช้าง จากนั้นลูกช้างเริ่มมีอาการทรุดหนัก ซึม ล้มตัวลงนอน มีอาการหายใจลำบาก เยื่อเมือกซีด ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้พยุงลูกช้างขึ้น ซึ่งลูกช้างมีอาการท้องอืดขึ้นเรื่อยๆ กดการหายใจ ทีมสัตวแพทย์จึงสวนทวารกระตุ้นการขับแก๊ส ต่อมาลูกช้างเริ่มหยุดการหายใจ จึงให้ยากระตุ้นการหายใจและปั๊มหัวใจ จนกระทั่งเวลา 09.45 น.ไม่พบการตอบสนองของลูกช้างป่าและล้มในที่สุด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พบ "ลูกช้างป่า" หลงแม่ใกล้เขตอุทยานฯ น้ำหนาวเพชรบูรณ์

 

กลับขึ้นด้านบน