สนธิญา แจ้งความเอาผิด "ทราย เจริญปุระ" หนุนชุมนุม

สนธิญา แจ้งความเอาผิด "ทราย เจริญปุระ" หนุนชุมนุม

สนธิญา แจ้งความเอาผิด "ทราย เจริญปุระ" หนุนชุมนุม

รูปข่าว : สนธิญา แจ้งความเอาผิด "ทราย เจริญปุระ" หนุนชุมนุม

อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทย ร้องทุกข์ให้พนักงานสองสวน สน.ชนะสงคราม ดำเนินคดีกับ "ทราย เจริญปุระ" ฐานสนับสนุนให้มีกลุ่มผู้ชุมนุม

วันนี้ (22 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมพลังประชาชาติไทย เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ให้พิจารณาดำเนินคดีกับ น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย เจริญปุระ และผู้สนับสนุนทุกรายที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.ที่ผ่านมา

นายสนธิญา กล่าวว่า การชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา เข้าข่ายความผิดต่อกฎหมายทุกฉบับ เช่น เรื่องการบุกรุกสถานที่, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ไม่ขออนุญาตจัดการชุมนุม นอกจากนี้ยังเข้าข่ายล่วงเกินสถาบันด้วย ซึ่งเห็นว่าที่ผ่านมา กลุ่มผู้ชุมนุมมีการประกาศแล้วว่าจะมีการชุมนุมในลักษณะไหนอย่างไร

ก่อนจะมีการชุมนุม น.ส.อินทิรา ได้โพสต์สนับสนุนเรื่องการจัดอาหารว่าจะนำอาหารใดมาให้กลุ่มผู้ชุมนุม และยังเปิดรับบริจาคสนับสนุนให้เกิดการชุมนุมขึ้น โดยวันนี้ได้นำภาพถ่ายหลักฐานต่าง ๆ มาให้พนักงานสอบสวนรวบรวมไปพิจารณาดำเนินคดีในความผิดต่าง ๆ รวมกับสำนวนที่ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้าร้องทุกข์ไปเมื่อวานนี้ (21 ก.ย.) ส่วนผู้สนับสนุนรายอื่น ๆ ก็จะขอให้ตำรวจพิจารณาดำเนินคดีด้วย หากพบพยานหลักฐานชัดเจน

สำหรับนักการเมืองและ ส.ส.บางคนที่พบว่าเข้ามาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ อยากให้พึงระวังการปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง ในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฏรต้องวางตัวเป็นกลาง แต่กลับมาร่วมทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในการชุมนุมครั้งนี้

 

เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุม ขณะนี้มีการร้องทุกข์ดำเนินคดีแล้วหลายข้อหา โดยกรุงเทพมหานครร้องทุกข์ดำเนินคดี ฐานทำให้ทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหาย และความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาด ส่วนกรมศิลปากร ร้องทุกข์ในความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน ฐานต่อเติม แก้ไข ดัดแปลง โดยไม่ได้ขออนุญาต ส่วนความผิดที่เกี่ยวกับการชุมนุม เบื้องต้นเข้าข่ายร่วมกันจัดให้มีการชุมนุมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีผู้เข้าข่ายความผิดข้อหานี้แล้ว 16 คน

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. ระบุว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบพยานหลักฐาน เพื่อพิจารณาความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ยืนยันว่าจะรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนออกหมายเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบข้อหา โดยไม่จำเป็นต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบทุกข้อหาก่อน ส่วนกรอบในการพิจารณาคดีมีหลักเกณฑ์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้อยู่แล้ว

 

 

กลับขึ้นด้านบน