ไล่ชนเรือ-จับประมงพื้นบ้านสตูล ปมขัดแย้งไทย-มาเลย์

ไล่ชนเรือ-จับประมงพื้นบ้านสตูล ปมขัดแย้งไทย-มาเลย์

ไล่ชนเรือ-จับประมงพื้นบ้านสตูล ปมขัดแย้งไทย-มาเลย์

รูปข่าว : ไล่ชนเรือ-จับประมงพื้นบ้านสตูล ปมขัดแย้งไทย-มาเลย์

ความขัดแย้งยังไม่จบ หลังเรือทางการมาเลเซีย ไล่ชนเรือประมงพื้นบ้านจม ทำให้ชาวประมงเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ชาวบ้านเรียกร้องฝ่ายไทยตั้งทุ่นแนวเขตให้ชัดเจน เพราะมักถูกมาเลย์แอบอ้าง

วันนี้ (25 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ทางทะเลบริเวณเขตน่านน้ำไทย-มาเลเซีย เขตรอยต่อระหว่างรัฐเปอร์ลิส และรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีอาณาเขตทางทะเลติด ต.ปูยู อ.เมืองสตูล วันนี้แทบไม่มีเรือประมงพื้นบ้านจากจ.สตูล เข้าทำประมงพื้นที่ดังกล่าว

หลังเรือตรวจการณ์หน่วย MMEA ประเทศมาเลเซีย พุ่งชนเรือประมงพื้นบ้านไทย ขณะทำประมงบริเวณดังกล่าวจมทะเล ทำให้นายสุริยัน ปูยู เสียชีวิต เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา หลังทางการมาเลเซียอ้างว่า รุกล้ำน่านน้ำ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้าน ต.ปูยูประมาณ 1,000 ลำ ไม่กล้าออกทำประมง เพราะเกรงว่าทางการมาเลเซียจับกุม

ปัญหาที่มาเลเซียอ้างว่า พื้นที่ทำประมงเขตรอยต่อน่านน้ำไทย-มาเลเซีย เป็นน่านน้ำตัวเอง เกิดขึ้นมานานแล้ว แม้จุดทำประมงอยู่ในน่านน้ำไทย ก็ถูกทางการมาเลเซีย จับกุมมาโดยตลอด

ล่าสุดมีชาวประมงพื้นบ้าน ต.ปูยู 12 คน ถูกจับดำเนินคดี และจำคุกในเรือนจำ บางคนถูกศาลตัดสินจำคุกถึง 2 ปี สร้างความกังวลให้กับญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก

 

ส่วนผู้ที่เคยถูกจับและพ้นโทษมาแล้ว บอกว่า เมื่อ 2 ปีก่อน ขณะทำประมงในเขตน่านน้ำไทย พร้อมเพื่อน 7 คน ถูกเรือตรวจการณ์มาเลเซีย เข้ามาจับในน่านน้ำไทย และลากเรือไปยังเกาะลังกาวี ของมาเลเซีย

หลังอ้างว่า รุกล้ำน่านน้ำ จึงถูกควบคุมตัวบนเกาะลังกาวี ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นทั้งหมดถูกส่งตัวขึ้นฝั่ง เพื่อรอศาลตัดสิน นอกจากศาลสั่งถูกจำคุกแล้ว ยังถูกโบยด้วยหวายคนละ 1 ที สร้างความเจ็บปวด และบางคนยังมีรอยหวายอยู่ที่ก้นถึงปัจจุบัน

นายรอสีด เตะปูยู ชาวประมง เปิดเผยว่า พื้นที่ทางทะเลซึ่งมีอาณาเขตไกลสุดสายตา และไม่มีสัญลักษณ์การแบ่งแนวเขตที่ชัดเจน กลายเป็นที่มาของปัญหา แม้พื้นที่การทำประมงจะอยู่ในเขตน่านน้ำไทย เมื่อทางการมาเลเซียเข้ามาจับ และอ้างเป็นน่านน้ำตัวเอง ชาวประมงก็ไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะเรือไม่มี GPS บอกพิกัด จึงจำยอมถูกจับดำเนินคดี

 

หากเป็นไปได้ต้องการให้ทางการไทย จัดวางทุนบอกพิกัดเขตน่านน้ำให้ชัดเจน และเชิญมาเลเซีย มาทำข้อตกลงร่วมกันแบ่งเขต ป้องกันปัญหาในอนาคต เพราะมาเลเซีย ยังส่งเรือตรวจการณ์ประชิดน่านน้ำ สร้างความตึงเครียดตลอดเวลา

น.อ.จุมพจน์ เสนาะพิณ รอง ผอ.ศรชล.จ.สตูล กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับประมงพื้นบ้านไทย ทัพเรือภาคที่ 3 ส่งเรือ ต 995 ออกลาดตระเวณบริเวณเขตน่านน้ำไทย และมาเลเซีย เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ชาวประมง ระหว่างรอจัดวางทุนแสดงเขตน่านน้ำ

ส่วนสาเหตุที่เรือทางการมาเลเซีย พุ่งชนเรือประมงไทย มีผู้เสียชีวิต ทัพเรือภาค 3 และศรชล.จ.สตูลบ ได้ทำหนังสือประท้วงไปแล้ว พร้อมทั้งให้ทางการมาเลเซียชี้แจงถึงแนวทางปฏิบัติกับประมงไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำตอบจากทางการมาเลเซีย

ด้าน พ.ต.ท.บรรเจิด มานะเวช สารวัตรเรือตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 9 จ.สตูล กล่าวว่า ทางคดีเรือมาเลเซียชนเรือประมงพื้นบ้านไทยเสียชีวิต ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสตูล สอบปากคำพยานวันเกิดเหตุหมดแล้ว

 

พยานทุกคนยืนยัน เหตุเกิดในเขตน่านน้ำไทย แต่ไม่มี GPS มาประกอบสำนวน พนักงานสอบสวน รอเพียงทางการมาเลเซีย ส่งหลักฐานที่จะอ้างอิงว่า เกิดเหตุในน่านน้ำตัวเอง จากนั้นก็โอนคดีให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวน ดำเนินการต่อ เพราะเป็นคดีระหว่างประเทศ

ชณะที่ นายไกรสิทธิ์ ขุนพิทักษ์ สารวัตรกำนันตำบลปูยู ระบุว่า การแก้ปัญหาน่านน้ำไทย-มาเลเซีย ทางจังหวัด เร่งเปิดเวทีพูดคุยกับรัฐเคดาห์ และรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เนื่องจากน่านน้ำสตูล มีรอยต่อชายแดนติดต่อกัน เพื่อลดบรรยากาศตึงเครียดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เพราะที่ผ่านมา ทั้งสองประเทศได้สานสัมพันธ์กันมาตลอด หากยังไม่พูดคุย ชาวประมงพื้นบ้านไม่กล้าออกทำประมง เพราะยังไม่มีอะไรมาพิสูจน์ได้ว่าจะไม่เกิดเหตุขึ้นอีก

กลับขึ้นด้านบน