ตรวจสอบ "จัดท่องเที่ยว" รถทัวร์ชนรถพ่วง

ตรวจสอบ "จัดท่องเที่ยว" รถทัวร์ชนรถพ่วง

ตรวจสอบ "จัดท่องเที่ยว" รถทัวร์ชนรถพ่วง

รูปข่าว : ตรวจสอบ "จัดท่องเที่ยว" รถทัวร์ชนรถพ่วง

ประธาน อสม.ร้อยเอ็ด ยืนยันรถทัวร์ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ ที่ จ.นครราชสีมา ไม่ใช่คณะนำเที่ยวของ อสม. แต่ข้อเท็จจริงที่พบ คือการจัดการท่องเที่ยวครั้งนี้มีการแจกเบี้ยเลี้ยงถึง 3,000 บาท แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นงบประมาณส่วนใด และใครเป็นผู้จัดการท่องเที่ยว

วันนี้ (27 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งจุดประสานงานขอรับศพ และติดต่อญาติผู้บาดเจ็บ จากอุบัติเหตุรถทัวร์นำเที่ยวพุ่งชนรถพ่วงบรรทุกหัวมันสำปะหลัง กลางไฟแดงแยกตัดใหม่ ถนนนครราชสีมา – กบินทร์บุรี จ.นครราชสีมา

 


นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า มีผู้บาดเจ็บ 50 คน สาหัส 5 คน และมีผู้เสียชีวิต 7 คน

สอบถามผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่ บอกว่า ช่วงที่เกิดเหตุ กำลังหลับ หลังเดินทางออกจาก จ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่เวลา 22.00 น. มุ่งหน้าไปดูงาน ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี จนรู้สึกว่า คนขับขับรถด้วยความเร็ว จนเกิดอุบัติเหตุ

 

 

น.ส.มณี ไวยภาษ ผู้อำนวยการ คปภ. จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า รถทั้ง 2 คัน มีประกันภัยภาคบังคับ และภาคสมัครใจ กรณีเสียชีวิต จ่าย 300,000 บาท ความเสียหายต่อทรัพย์สิน 600,000 บาท สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร 50,000 บาท กรณีบาดเจ็บ จ่ายค่ารักษาพยาบาลคนละ 50,000 บาท

 

 

ผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถทัวร์นำเที่ยว ส่วนใหญ่เดินทางจากบ้านขุมดิน และบ้านน้ำใส ต.น้ำใส อ.จตุรพักตรพิมาน ญาติผู้เสียชีวิต อ้างว่าไม่แน่ใจว่า การจัดการท่องเที่ยวที่เกิดอุบัติเหตุ เกี่ยวข้องกับหน่วยราชการหรือไม่ เพราะจัดท่องเที่ยวต่อเนื่องครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 มีเบี้ยเลี้ยงให้คนละ 3,000 บาท หักให้ค่าใช้จ่าย 2,000 บาท

จากนั้นจะเหลือคนละ 1,000 บาท แบ่งจ่ายตอนขึ้นรถ 500 บาท และตอนลงรถเมื่อถึงที่หมายอีก 500 บาท โดยผู้ที่ไปเที่ยวส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และจะต้องใช้แอปพลิเคชันสแกนใบหน้าเพื่อลงทะเบียนก่อน ถ้าสแกนไม่ผ่านต้องไปติดต่อที่ธนาคาร

 



น.ส.พัชรา ชมภูวิเศษ ประธาน อสม. จ.ร้อยเอ็ด ไปเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ทริปนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ อสม. จ.ร้อยเอ็ด แม้จะมีเจ้าหน้าที่ อสม.เดินทางไปด้วย 6 คน โดย 3 คน อยู่ในคันที่ประสบเหตุ จากการตรวจสอบ พบว่ามีกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง พาชาวบ้าน และ อสม.บางคน ไปเที่ยว ซึ่งภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อว่าใช้งบประมาณส่วนไหน และใช้เงินตามเป้าหมายหรือไม่

 

 

ไทยพีบีเอส ได้รับข้อมูลว่าการจัดการท่องเที่ยวครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มที่หวังผลประโยชน์ หรือเกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่น ชาวบ้านบอกว่า ไปกัน 4 คันรถ คันที่เกิดอุบัติเหตุ เป็นรถคันสุดท้าย ที่ออกช้ากว่า 3 คันแรก และวิ่งไปตามทางลัด คนละเส้นทางกับ 3 คันก่อน คนที่จัดเป็นทนาย ส่วนผู้ที่ประสานงานโครงการที่หาคนไปเที่ยว คนขับรถ และพนักงานประจำรถ เสียชีวิต

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รถทัวร์นำเที่ยวชนรถบรรทุก เสียชีวิต 7 เจ็บกว่า 40 คน

 

กลับขึ้นด้านบน