"ประวิตร"ถก กนช. ไฟเขียว 3 โครงการสำคัญ แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม

"ประวิตร"ถก กนช. ไฟเขียว 3 โครงการสำคัญ แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม

"ประวิตร"ถก กนช. ไฟเขียว 3 โครงการสำคัญ แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม

รูปข่าว : "ประวิตร"ถก กนช. ไฟเขียว 3 โครงการสำคัญ แก้ปัญหาน้ำแล้ง-น้ำท่วม

"ประวิตร" รองนายกฯ ในฐานะ ประธาน กนช.ห่วงสถานการณ์น้ำ ถก กนช. ไฟเขียวโครงการสำคัญ แก้ปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม น้ำอุปโภค บริโภค ในทุกมิติ อย่างยั่งยืน

วันนี้ (28ก.ย.63) เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 3/2563 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การประชุม กนช.ในวันนี้ เพื่อรับทราบผลการบูรณาการหน่วยงานในการแก้ไขปัญหาด้านน้ำ การเตรียมการรองรับฤดูฝน รวมทั้งการพิจารณากรอบแผนงาน/โครงการสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมของหน่วยงานที่จะเสนอขอตั้งงบประมาณในปี 2565 โดยมีมติเห็นชอบในหลักการให้ดำเนินโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จ.ระยอง ของกรมชลประทาน 2.โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงราย ของกรมชลประทาน และ 3.โครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาที่โรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า จากแหล่งน้ำลำตะคองมายังโรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า จ.นครราชสีมา ของเทศบาลนครราชสีมา

นอกจากนี้ยังได้พิจารณาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อกำหนดขอบเขต บทบาท ภารกิจ หน้าที่และอำนาจของหน่วยงานด้านการบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศ หลักเกณฑ์การมอบหมายคณะกรรมการลุ่มน้ำปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการลุ่มน้ำประจำลุ่มน้ำตามมาตรา 27 ของพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟูแหล่งน้ำธรรมชาติและแม่น้ำลำคลอง ให้เป็นพื้นที่ชะลอและรองรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝนและสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้ในฤดูแล้งโดยเร่งดำเนินการใน 3 แห่งนำร่องได้แก่ บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ บึงสีไฟ จ.พิจิตร หนองหาร จ.สกลนคร และคลองแสนแสบ กรุงเทพฯ

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองโพล้ จ.ระยอง เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำภายในแผนพัฒนารองรับเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) สามารถกักเก็บน้ำได้ 40 ล้าน ลบ.ม. เมื่อแล้วเสร็จ สามารถขยายพื้นที่ชลประทานได้ 30,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภค-บริโภคและการเกษตรในเขต อ.เขาชะเมา ช่วยบรรเทาอุทกภัยในช่วงฤดูน้ำหลากในเขต อ.แกลง และเป็นแหล่งน้ำสำรองสนับสนุนพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี ตั้งแต่ปี 65-67 งบประมาณทั้งสิ้น 3,551 ล้านบาท

ส่วนโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง จ.เชียงราย เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และช่วยชะลอการไหลของน้ำในฤดูน้ำหลาก บรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถกักเก็บน้ำได้ 32 ล้าน ลบ.ม.ส่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรได้ 17,200 ไร่ และส่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคของราษฎรได้ 4,775 ครัวเรือน ระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี ตั้งแต่ปี 65–68

โครงการจัดหาน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาที่โรงกรองน้ำบ้านมะขามเฒ่า จ.นครราชสีมา เป็นโครงการก่อสร้างและปรับปรุงระบบประปาทดแทนระบบเดิมที่เสื่อมสภาพ เพื่อลดการสูญเสียในระบบท่อส่งน้ำและรองรับการขยายตัวของชุมเมืองพื้นที่เทศบาลนครนครราชสีมาและพื้นที่ข้างเคียง จำนวน 7 ตำบล เมื่อแล้วเสร็จ จะทำให้มีปริมาณน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปาเพิ่มจากเดิม 50,000 ลบ.ม./วัน พื้นที่รับประโยชน์ 11 ตำบล 229,351 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 76.70 ตารางกิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี’65 ซึ่งกนช.จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเปิดโครงการดังกล่าวต่อไป

กลับขึ้นด้านบน