ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึง 31 ต.ค.นี้

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึง 31 ต.ค.นี้

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึง 31 ต.ค.นี้

รูปข่าว : ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึง 31 ต.ค.นี้

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 1 เดือน ถึงวันที่ 31 ต.ค.นี้ ชี้จำเป็นต้องใช้แก้ไขสถานการณ์ COVID-19 อย่างมีเอกภาพและรวดเร็ว พบแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เสี่ยงติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนและระบาดในวงกว้าง

วันที่ 29 ก.ย.2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 6) โดยมีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคราวที่ 5 ออกไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.2563 นั้น

โดยที่การดำเนินมาตรการทางสาธารณสุขภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาดของโรคอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่ผลีผลาม ทำให้การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับ ไม่หยุดชะงักจากการระบาดของโรคในระลอกใหม่อันเนื่องมาจากการยุติมาตรการควบคุมโรคระบาดโดยไม่รอบคอบดังที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ในห้วงเวลาที่ผ่านมาปรากฏว่า สถานการณ์การระบาดของโรคในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะประเทศที่มีพรมแดนติดกับประเทศไทยมีความรุนแรงมากขึ้น และมีคนต่างด้าวจำนวนมากลักลอบเดินทางเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรโดยมิได้รับอนุญาตผ่านช่องทางธรรมชาติ มิได้ผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานีหรือท้องที่ ซึ่งต้องผ่านการตรวจคัดกรองด้านสาธารณสุข ทำให้ความเสี่ยงในการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนโดยไม่ทราบแหล่งที่มาของโรคเพิ่มสูงขึ้นอันอาจทำให้เกิดการระบาดเป็นวงกว้างภายในประเทศได้ จึงยังมีความจำเป็นต้องควบคุมดูแลมิให้เกิดการระบาดในลักษณะดังกล่าวขึ้นในประเทศ อันจะส่งผลต่อความมั่นคงปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขของประเทศ และต่อระบบเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศที่ยังอยู่ในภาวะเปราะบาง

จึงมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวเป็นไปโดยมีเอกภาพ มีประสิทธิภาพ รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ โดยมุ่งรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยในด้านสุขภาพและชีวิตของประชาชนเป็นสำคัญ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมติเมื่อวันที่ 29 ก.ย.2563

จึงให้ขยายระยะเวลาการใช้บังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่กัน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.2563
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

 

กลับขึ้นด้านบน