ชาวจันทบุรีเข้ากรุงเทพฯ ค้าน ก.อุตสาหกรรมไฟเขียวสำรวจแร่ทองคำ

ชาวจันทบุรีเข้ากรุงเทพฯ ค้าน ก.อุตสาหกรรมไฟเขียวสำรวจแร่ทองคำ

ชาวจันทบุรีเข้ากรุงเทพฯ ค้าน ก.อุตสาหกรรมไฟเขียวสำรวจแร่ทองคำ

รูปข่าว : ชาวจันทบุรีเข้ากรุงเทพฯ ค้าน ก.อุตสาหกรรมไฟเขียวสำรวจแร่ทองคำ

กลุ่มชาวจันทบุรีไม่เอาเหมืองแร่ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมยื่น 1 แสนรายชื่อคัดค้าน กระทรวงอุตสาหกรรมอนุญาตให้ บ.เอกชน สำรวจแร่ทองคำ ในพื้นที่กว่า 1.4 หมื่นไร่

วันนี้ (8 ต.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ประชาชนในนามกลุ่ม "ชาวจันทบุรีไม่เอาเหมืองแร่" ได้รวมตัวกันออกเดินทางแล้ว จาก จ.จันทบุรี โดยรถบัส 11 คัน นำโดยนายทิวา แตงอ่อน เข้ากรุงเทพฯเพื่อไปกระทรวงอุตสาหกรรมในเวลา 13.00 น.

 

ทั้งนี้กลุ่มชาวจันทบุรีไม่เอาเหมืองแร่ จะเข้ายื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการแร่ เพื่อคัดค้านการยื่นขออาชญาบัตรพิเศษแร่ทองคำของ บ.ริชภูมิ ไมนิ่ง จำกัด พร้อมนำรายชื่อประชาชนกว่า 100,000 รายชื่อ เตรียมยื่นให้ปลัดกระทรวง เพื่อคัดค้านการอนุญาตให้ บ.ริชภูมิ ไมนิ่ง จำกัด ( บ.ลูก ของ บ.อัครา รีซอร์สเซส) โดยคำขอของ บ.ริชภูมิ ได้ขอสำรวจรวมพื้นที่ 14,650 ไร่ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง 22 หมู่บ้าน ใน ต.พวา และ ต.สามพี่น้อง อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ที่ทางอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี ติดประกาศแจ้งให้ทราบเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา

 

นายทิวา ระบุว่า การยื่นขออาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ เป็นกระบวนการเริ่มต้นของการนำไปสู่การออกประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่ในอนาคต ดังนั้นเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อชุมชนและประชาชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านสุขภาพ และผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน จ.จันทบุรี ทำให้ชาวจังหวัดจันทบุรี ไม่เห็นด้วยต่อคำขออนุญาตที่เกิดขึ้น

 

เนื่องจากกระบวนการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทองคำ ตั้งแต่การระเบิดหิน การแต่งแร่ และการประกอบโลหกรรม มีการใช้สารเคมีที่เป็นพิษในปริมาณมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สารไชยาไนด์ ยิ่งไปกว่านั้นที่ผ่านมาในหลาย ๆ จังหวัดที่มีการเปิดประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำ ชุมชนและประชาชนประสบปัญหาดังกล่าวอย่างรุนแรง และยังไม่ได้รับการแก้ไขเชิงประจักษ์อย่างเป็นรูปธรรม พวกเราชาวจันทบุรีจึงเห็นควรตัดไฟแต่ต้นลมโดยขอให้ยุติการดำเนินการดังกล่าวตั้งแต่ในขั้นตอนของการขอสำรวจพื้นที่

 

นอกจากนี้ บริเวณที่จะสำรวจอยู่ในพื้นที่ติดกับป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออกมีเนื้อที่ประมาณ 1,200,000 ไร่ ประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน,อุทยานแห่งชาติเขาวง –เขาชะเมา,อุทยานแห่งชาติเข้าสิบห้าชั้น,อุทยานแห่งชาติเขาสอยดาวและอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

 

รวมถึงอยู่ติดกับเขตลุ่มน้ำคลองวังโตนด มีพื้นที่ 1,839 ตร.กม.หรือประมาณ 1,150,000 ไร่ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของ จ.จันทบุรี และยังมีการแบ่งปันน้ำไปช่วยพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ด้วย และที่สำคัญยังเป็นที่อยู่ของช้างป่าประมาณ 400 ตัว ซึ่งมีอัตราการเพิ่มประชากรช้างป่าประมาณร้อยละ 8 หากมีการออกอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่ทองคำ และการขอประทานบัตรเหมืองแร่ในอนาคต ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงการปนเปื้อนสารโลหะหนักในแหล่งน้ำส่งผลต่อช้างป่า และผู้คนใน จ.จันทบุรี และภาคตะวันออก รวมถึงจะสูญเสียพื้นที่ป่าและพื้นที่สีเขียวของ จ.จันทบุรี

 

 

ทั้งนี้ ประชาชนใน จ.จันทบุรี ได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ภายใต้บทบัญญัติของมาตรา 43 (2) (3) / มาตรา 57 (2) และมาตรา 58 ขอคัดค้านการยื่นขออาชญาบัตรพิเศษแร่ทองคำของบริษัท ริชภูมิ

กลับขึ้นด้านบน