ค้าสัตว์ใน “สวนสัตว์” อิทธิพล-ผลประโยชน์

ค้าสัตว์ใน “สวนสัตว์” อิทธิพล-ผลประโยชน์

ค้าสัตว์ใน “สวนสัตว์” อิทธิพล-ผลประโยชน์

รูปข่าว : ค้าสัตว์ใน “สวนสัตว์” อิทธิพล-ผลประโยชน์

เปิดเบื้องลึกสวนสัตว์ไม่ใช่แค่แหล่งให้ความรู้ แต่กลายเป็นขุมผลประโยชน์ของนักการเมือง ผู้มีอิทธิพล ข้าราชการ ฯลฯ ค้าสัตว์เป็นขบวนการ หลากหลายรูปแบบ

วันนี้ (8 ต.ค.2563) รายงานข่าวเปิดเผยว่า ธุรกิจค้าสัตว์ หรือค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะในสวนสัตว์ ทำกันมานานแล้ว และมีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งการยึดสัตว์ป่าที่จับกุมได้จากขบวนการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

ของกลางที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าจับกุม สัตว์ผิดกฎหมายที่เป็นของกลางเหล่านี้ จะถูกส่งไปยังพื้นที่เพาะเลี้ยงของสวนสัตว์ของรัฐ และมีบางส่วนที่เป็นเอกชน

- เมื่อมีสัตว์ของกลางถูกส่งไปพักอาศัย ขบวนการค้าสัตว์จะติดต่อกับเจ้าหน้าที่ ที่ร่วมในขบวนการค้าสัตว์ จากนั้นถึงขั้นตอนของการตกลงซื้อขาย เมื่อเสร็จสิ้น ก็จะแทงเรื่องว่า สัตว์ของกลางเสียชีวิต และทำลายซากทิ้งไปแล้ว โดยไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง

- การค้าสัตว์โดยผ่านเจ้าหน้าที่สวนสัตว์โดยตรงทั้งของรัฐบาลและเอกชน ในส่วนของเอกชน จะร่วมมือกันระหว่างคนในสวนสัตว์ หรือเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์รัฐ แบ่งเป็น

สัตว์เป้าหมายที่ขบวนการค้าสัตว์อยากได้ หรือมีใบสั่ง ทั้งจากในและต่างประเทศ ถ้าเป็นสัตว์ที่มีจำนวนมาก จำพวกนก เก้ง กวาง ฯลฯ จะคัดออกมาขาย แล้วแจ้งว่าสัตว์สูญหายหรือตาย

กับสัตว์ที่ออกลูกครั้งละตัว หรือมีจำนวนน้อย เช่น หากสัตว์ชนิดหายากหรือมีลูกครั้งละตัวอยู่ในใบสั่ง เมื่อสัตว์เหล่านี้ตกลูกมา 3 ตัว จาก 3 แม่ ก็จะแจ้งในบัญชีว่า ออกลูกเพียงตัวเดียว ส่วนอีก 2 ตัว นำไปขาย

กรณีที่มีใบสั่งในประเทศ ก็จะมีการนัดส่งมอบ ถ้าเป็นการซื้อขายจากสวนสัตว์ของรัฐ ส่วนใหญ่จะนำออกในเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการรู้เห็น จากนั้นกลุ่มพ่อค้าสัตว์กับผู้ซื้อ จะนำส่งและรับของตามแต่สถานที่สะดวก

กรณีใบสั่งจากต่างประเทศ เมื่อนำสัตว์ออกจากสวนสัตว์แล้ว จะมีขบวนการค้าสัตว์ข้ามชาติเป็นตัวกลาง ส่งสัตว์ดังกล่าวออกไปยังประเทศที่สั่งมา มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและตรวจสัตว์ เข้ามาร่วม

สัตว์ส่วนใหญ่จะส่งออกทางเรือ (สะดวกที่สุด) โดยเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ท่าเรือ มีส่วนรู้เห็น ซึ่งนำสัตว์เข้าออกในช่องทางที่ปลอดกล้องวงจรปิด หรือที่เรียกกันว่า ช่องทางพิเศษ

ประเทศที่มีใบสั่งนำเข้าสัตว์จากไทยมากที่สุดคือ ญี่ปุ่น ซึ่งจะสั่งสัตว์ที่ชอบทุกชนิดจากเมืองไทย ผ่านขบวนการค้าสัตว์หรือนายหน้าที่อยู่ในวงการค้าสัตว์

ส่วนตะวันออกกลางมักสั่งสัตว์หายาก สัตว์ที่เกี่ยวข้องกับการเสริมบารมีผู้เลี้ยง เช่น เสือ ระดับมหาเศรษฐีของตะวันออกกลาง จะมีเสือเลี้ยงไว้ในบ้านประดับบารมี นกเหยี่ยว นกอินทรี หรือสัตว์หายากต่างๆ ซึ่งในตะวันออกกลาง บ้านบางหลังเกือบจะเรียกได้ว่า เป็นสวนสัตว์เล็กๆ เลยทีเดียว

สัตว์ที่มีราคาแพง หรือเลี้ยงไว้สวยงาม มีนักการเมืองใหญ่ในประเทศไทย ชอบเลี้ยงนก และพบว่า สวนสัตว์ของรัฐบาลเคยลักลอบขายนกแก้วมาคอว์ ให้กับนักการเมืองคนนี้ด้วย โดยเฉพาะนกแก้วมาคอว์ ฮายาซิน (สีน้ำเงิน) ราคาซื้อขายคู่ละเกือบ 2 ล้านบาท ไข่นกพันธุ์นี้ซื้อขายในตลาดมืด ฟองละ 2 แสนบาท

แหล่งข่าวจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า หนังสือร้องเรียนกรณีการทุจริตต่างๆ ในองค์การสวนสัตว์ที่ออกมา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ในหลายยุคที่มีการเอื้อประโยชน์ และมีบริษัทตัวแทนหรือนอมินี เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ในสวนสัตว์ต่างๆ จริง

รวมทั้งสวนสัตว์ถูกมองว่า เป็นช่องทางลักลอบนำสัตว์ออกไปขาย ไม่ว่าจะเป็นสวนสัตว์เอกชน หรือมีใบสั่งจากผู้มีอิทธิพลที่มีกำลังซื้อ และมีรสนิยมเลี้ยงสัตว์ป่า ที่ผ่านมาเคยมีกรณี เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ลาออกจากสวนสัตว์ เพราะยอมรับไม่ได้ที่ผู้บังคับบัญชาให้กระทำการบางอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับการนำสัตว์ออกจากสวนสัตว์ไปส่งขาย

สวนสัตว์มีรอยรั่วที่ทำให้สวนสัตว์มีขบวนการค้าสัตว์ป่า ซึ่งยุคหนึ่งอาจจะมาเพียงหลังบ้าน หรือผู้ใหญ่สั่งมา แต่ระยะหลัง เมื่อรู้ว่าสัตว์ชนิดไหนมีราคาแพง และเป็นที่นิยมเลี้ยง ขบวนการนี้เริ่มใหญ่และกว้างมากขึ้น

คนที่อยู่วงในสวนสัตว์เองก็ทำได้ เช่น เมื่อสัตว์ตกลูกออกมา 3 ตัว อาจจะลงบัญชีว่า 1 หรือ 2 ตัวเท่านั้น ส่วนที่เหลือก็ผ่องถ่ายออกไปขายภายนอก ขบวนการนี้ คนที่ทำได้ต้องมีอิทธิพลในสวนสัตว์ หรือเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า เรื่องนี้ถือเป็นการคอร์รัปชั่นเชิงนโยบายที่เกิดขึ้นภายในองค์สวนสัตว์มานานแล้ว อยากให้ผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงฯ ล้างระบบ และไปให้ถึงต้นตอ เทียบเรื่องนี้เหมือนกับกรณีที่คุณสืบ นาคะเสถียร ยอมฆ่าตัวตาย เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง กรณีนี้ก็เหมือนกัน อย่าให้ทั้งสองคนตายฟรี

กลับขึ้นด้านบน