ศปอส.ตร.รวบผู้ต้องหาปลอม "ไลน์" ลวงโอนเงิน เสียหาย 1 ล้าน

ศปอส.ตร.รวบผู้ต้องหาปลอม "ไลน์" ลวงโอนเงิน เสียหาย 1 ล้าน

ศปอส.ตร.รวบผู้ต้องหาปลอม "ไลน์" ลวงโอนเงิน เสียหาย 1 ล้าน

รูปข่าว : ศปอส.ตร.รวบผู้ต้องหาปลอม "ไลน์" ลวงโอนเงิน เสียหาย 1 ล้าน

ตำรวจ ศปอส.ตร.จับกุมผู้ต้องหาในคดีใช้ไลน์ปลอมตัวเป็นคนในครอบครัว หรือเพื่อนสนิท หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน ความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท

วันนี้ (9 ต.ค.2563) ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โดย พล.ต.อ.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้อำนวยการ ศปอส.ตร. พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จว.ชัยนาท และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม.หัวหน้าชุดเทคนิคและสืบสวนชุดที่ 2 แถลงข่าวผลการปราบปรามผู้กระทำผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ 3 คดี

คดีแรกเป็นคดีที่ซับซ้อน มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้ามาร้องเรียนกับรายการสถานีประชาชนไทยพีบีเอส จากนั้นทีมข่าวประสานพามาร้องต่อทีมสืบสวน ศปอส.ตร. ภายใน 3 เดือน ตำรวจชุดสืบสวน ศปอส.ตร.ได้ติดตามจับกุม นายนิตินัย ขุนทอง อายุ 24 ปี ได้ที่ จ.ตรัง นอกจากนี้ ยังพบว่า มีเพื่อนบงการสอนวิธีการแฮ็กไลน์ ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการเพิ่ม


พฤติกรรมการของผู้ก่อเหตุจะใช้วิธี ติดตามเฟซบุ๊กของผู้เสียหายที่มักมีเบอร์โทรศัพท์หรือไอดีไลน์อยู่หน้าเฟซบุ๊ก  เพราะผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าออนไลน์อยู่แล้ว ซึ่งผู้ก่อเหตุจะเฝ้าติดตามดูว่าผู้เสียหายสนิทหรือพูดคุยกับใครมากที่สุด จากนั้นจะนำภาพของคนสนิทมาทำเป็นภาพโปรไฟล์แอปพลิเคชันไลน์ และทักไปหาผู้เสียหายหลอกให้โอนเงินด่วน ชำระค่าสินค้าในเว็บไซต์ขายของออนไลน์  โดยจะส่ง QR Code ให้ผู้เสียหายชำระเงินผ่าน E-Banking หรือโอนเงินจากธนาคาร


เมื่อผู้เสียหายชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ก่อเหตุที่ถือบัญชีและ Wallet ของเว็บไซต์ขายของออนไลน์จะทำการยกเลิกคำสั่งซื้อสินค้า ทำให้เงินที่ผู้เสียหายโอนมากลับไปอยู่ใน Wallet หรือระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 1 วัน  จากนั้นผู้ก่อเหตุใช้เงินใน wallet สั่งซื้อ E-Payment ต่างๆ และใช้เติมเงินเกมออนไลน์ เช่น ซื้อบัตร @CASH จากนั้นนำบัตร @CASH ไปจำหน่ายให้กับผู้มีอาชีพรับเติมเงินในเกมออนไลน์ต่างๆ และนำมาจำหน่ายผ่านทางเฟซบุ๊ก


ทั้งนี้ คดีนี้ได้ตั้งข้อหาฐานความผิดฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, รับของโจร ,นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางสวย หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นเป็จเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

 

ส่วนอีกคดีเป็นการจับกุมผู้ก่อเหตุปลอมตัวเป็นแอดมินเพจซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนม หรือนาฬิกาหรู หลอกลวงให้ผู้ขายโอนเงิน มีผู้เสียหาย แจ้งความร้องทุกข์แล้ว 12 คน มูลค่าความหาย กว่า 400,000 บาท และคดีสุดท้ายคือ การจับขบวนการเล่นพนันออนไลน์ ในพื้นที่ จ.ชัยนาท พบเงินหมุนเวียน 300 ล้านบาท ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ที่สายด่วน ศปอส.ตร. 1599 และ 1155

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน