"อีสาน-ตะวันออก" เตรียมรับพายุ "นังกา" 14-16 ต.ค.นี้

"อีสาน-ตะวันออก" เตรียมรับพายุ "นังกา" 14-16 ต.ค.นี้

"อีสาน-ตะวันออก" เตรียมรับพายุ "นังกา" 14-16 ต.ค.นี้

รูปข่าว : "อีสาน-ตะวันออก" เตรียมรับพายุ "นังกา" 14-16 ต.ค.นี้

กองทัพสั่งทุกเหล่าทัพรับมือพายุโซนร้อนนังกา คาดอีสาน-ตะวันออกมีผลกระทบฝนตกหนัก 14-16 ต.ค.นี้ เตรียมพื้นที่ปลอดภัย จัดตั้งจุดอพยพ และช่วยเหลือประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง ส่วนที่จ.สระแก้ว ยังมีการระบายน้ำจากอ่างคลองพระสทึง ทำให้หลายหมู่บ้านยังมีน้ำท่วม

วันนี้ (13 ต.ค.2563) น.ส.กรรวี สิทธิชีวภาค รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 4 พายุโซนร้อนนังกา บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14–16 ต.ค.นี้ โดยเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้พายุโซนร้อนนังกา มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 150 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของเกาะไหหลำ ประเทศจีน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ เข้าสู่อ่าวตังเกี๋ย และประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 14–15 ต.ค.นี้ โดยจะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นในบริเวณด้านตะวันออก และตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรงดการเดินเรือในระยะนี้

รัฐบาลสั่งทุกหน่วยงานรับมือพายุ 

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกระทรวงกลาโหม ได้ประสานศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทุกเหล่าทัพเฝ้าระวัง และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ เตรียมรับมือกับพายุ ระหว่างวันที่ 14-16 ต.ค.นี้ ซึ่งจะมีผลให้ฝนตกหนักเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคอีสานตอนบน ภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคใต้

โดยขอให้หน่วยทหารในพื้นที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์ในพื้นที่ ที่อาจมีปริมาณน้ำสะสมเกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลัน โดยขอให้เตรียมพื้นที่ปลอดภัย จัดตั้งจุดอพยพ และเตรียมการช่วยเหลือขนย้ายประชาชน ออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัยให้ทันกับเหตุการณ์ พร้อมทั้งให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ให้การช่วยเหลือเร่งด่วนในพื้นที่วิกฤตอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อลดความเสียหายและการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ยังระบายน้ำจากอ่างคลองพระสทึง

ด้านนายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอวังน้ำเย็น กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชน และท่วมถนนในหลายๆ พื้นที่ ประกอบด้วย 1.เส้นทางบ้านวังเพชร เพชรพนานิคม บ้านตาหลังพัฒนา 2.เส้นทางบ้านท่าตาสี ต.ตาหลังใน และ 3.เส้นทางบ้านด่านชัยพัฒนา ต.ทุ่งมหาเจริญ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงติดตามและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยสั่งการให้ติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

แม้ว่าระดับน้ำเริ่มลดลงเรื่อย แต่ยังมีน้ำท่วมถนนสูง ทำให้การเดินทางไปยังพื้นที่บ้านท่าตาสี ต้องใช้เส้นทางสายหลัก จากต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์-ทุ่งกบินทร์ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้จัดทำครัวจิตอาสา รับบริจาคเงิน ข้าวสาร ทำข้าวกล่องและอาหารแจกจ่ายให้กับครอบครัวที่ประสบอุทกภัย ร่วมกับ กองทัพบกที่จัดส่งรถครัวสนามมาประกอบอาหาร เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน 

 

ด้านนายณัฐวุฒิ สร้อยประเสริฐ ผอ.โครงการชลประทานสระแก้ว สำนักงานชลประทานที่ 9 แจ้งว่า อ่างเก็บน้ำคลองพระสทึง มีปริมาณน้ำ 73.982 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 113.82 % ยังถือว่าล้นอ่าง เนื่องจากมีน้ำไหลเข้าอ่าง 8.374 ล้านลูกบาศก์เมตร และระบายน้ำออก 16.2 ล้านลูกบาศก์เมตรยังคงมีการระบายน้ำลงสู่ลำคลองพระสทึงเนื่องจากน้ำมีปริมาณเกิดความจุอ่างเก็บน้ำ โดยเปิดระบายน้ำออกเพียงบานเดียว เพราะประตูอีกบานได้เกิดลวดสลิงดึงบานประตูขาด จึงไม่สามารถใช้งานได้ อยู่ระหว่างการซ่อมแซม 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เช็กเส้นทาง 2 พายุลูกใหม่ ทำไทยมีฝนเพิ่ม

"เพชรบุรี" เร่งผลักดันน้ำลงทะเลรับพายุลูกใหม่

"จิสด้า" ไขคำตอบน้ำป่าเขาใหญ่ท่วม "ปากช่อง"

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน