นักวิชาการ "นิด้า" ชี้จุดเปราะบางเสี่ยงเกิดเหตุปะทะอยู่ช่วงเย็น

นักวิชาการ "นิด้า" ชี้จุดเปราะบางเสี่ยงเกิดเหตุปะทะอยู่ช่วงเย็น

นักวิชาการ "นิด้า" ชี้จุดเปราะบางเสี่ยงเกิดเหตุปะทะอยู่ช่วงเย็น

รูปข่าว : นักวิชาการ "นิด้า" ชี้จุดเปราะบางเสี่ยงเกิดเหตุปะทะอยู่ช่วงเย็น

นักวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ชี้จุดเปราะบางเสี่ยงเกิดเหตุการณ์ปะทะอยู่ในช่วงเวลาเย็น เนื่องจากมีประชาชนทยอยมาร่วมชุมนุมมากขึ้น และหากมีความพยายามเคลียร์พื้นที่ อาจจะทำให้เกิดการปะทะกันได้ง่าย

วันนี้ (14 ต.ค.2563) นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณบดีคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เปิดเผยว่า การที่ตำรวจจับกุม 21 แกนนำผู้ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวานนี้ (13 ต.ค.) ทำให้เหตุการณ์ชุมนุมในวันนี้มีความเข้มข้นและตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งภาพเหตุการณ์ดังกล่าวอาจจะไปกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกให้ประชาชนที่ไม่พอใจรัฐบาลอยู่แล้ว และเห็นว่าเป็นการใช้อำนาจที่ค่อนข้างไม่เป็นธรรม

ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อวานนี้มีผู้ชุมนุมไม่มาก และไม่ได้ไปกีดขวาง แต่ถูกกระทำที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าเหตุ นอกจากนี้ ยังทำให้ประชาชนที่ไม่คิดจะไปชุมนุม แต่จะเป็นแรงกระตุ้นที่จะต้องออกมาแสดงความคิดความเห็นทางการเมืองมากขึ้น

ขณะที่บริเวณใกล้เคียงมีการชุมนุมคู่ขนานของกลุ่มอนุรักษ์นิยมต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนกลุ่มนี้หลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของพุทธะอิสระ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และกองทัพธรรม ได้เข้ามาปักหลักชุมนุมในอีกพื้นที่ แม้ว่าจะเป็นการกระทำเพื่อการอื่นก็ตาม แต่เป้าหมายเป็นการแสดงพลังในการต่อต้านการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาและประชาชนฯ

ชี้ 2 ลักษณะสุ่มเสี่ยงเกิดเหตุปะทะ

นายพิชาย กล่าวถึงกรณีการที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายกลุ่ม และเจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังในการดูแลความสงบเรียบร้อยว่า มองว่าเป็นการเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้น ส่วนความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ปะทะมี 2 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ 1 สุ่มเสี่ยงที่จะมีมวลชนเกิดการปะทะกัน แต่คาดว่าคงไม่ได้รุนแรง หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยแล้ว ก็จะสามารถรักษาความสงบได้

ส่วนลักษณะที่ 2 การสลายการชุมนุมโดยเจ้าหน้าที่รัฐเอง ซึ่งมองว่ามีโอกาสให้เกิดการปะทะกันค่อนข้างสูงกว่ากลุ่มมวลชนจะปะทะกันเอง เพราะว่าเจ้าหน้าที่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการปราบปรามการจลาจล ไม่ว่าจะเป็นไม้ตะบอง แก๊สน้ำตา และรถฉีดน้ำ ซึ่งจะทำให้เกิดการปะทะและเผชิญหน้า และเกิดการได้รับบาดเจ็บได้

สำหรับจุดเปราะบางเสี่ยงเกิดเหตุการณ์ปะทะจะอยู่ในช่วงเวลาเย็น ที่จะมีประชาชนเข้ามาร่วมชุมนุมจำนวนมากขึ้น เพราะประชาชนจำนวนหนึ่งเลิกงาน ซึ่งประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมมักจะอยู่ในวัยประมาณ 18 - 35 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคนทำงาน และคงเข้าไปทยอยสมทบการชุมนุมในช่วงบ่ายจนถึงเย็น ทำให้ผู้ชุมนุมมีจำนวนมากขึ้น ถ้าหากมีการปิดกั้นการเข้าไปก็จะเกิดการออกันในหลายจุด และจะสร้างความตึงเครียด นอกจากนั้นแล้ว ถ้ามีการพยายามเคลียร์พื้นที่ต่างๆ ถ้าฝ่ายผู้ชุมนุมไม่ถอย ก็อาจจะเกิดการปะทะกันได้ง่าย

กลับขึ้นด้านบน