เปราะบาง! คณะก้าวหน้า ขอปล่อยตัวผู้ชุมนุม-ยกเลิกประกาศฉุกเฉิิน

เปราะบาง! คณะก้าวหน้า ขอปล่อยตัวผู้ชุมนุม-ยกเลิกประกาศฉุกเฉิิน

เปราะบาง! คณะก้าวหน้า ขอปล่อยตัวผู้ชุมนุม-ยกเลิกประกาศฉุกเฉิิน

รูปข่าว : เปราะบาง! คณะก้าวหน้า ขอปล่อยตัวผู้ชุมนุม-ยกเลิกประกาศฉุกเฉิิน

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกแถลงการณ์คณะก้าวหน้า ขอให้รัฐบาลต้องปล่อยตัวผู้ชุมนุม ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันที หยุดก้าวล่วงประชาชน ชี้กังวลสถานการณ์บานปลายขยายวง และนำไปสู่จุดแตกหัก หากรุนแรงพล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบ

วันนี้ (15 ต.ค.2563) เมื่อเวลา 09.00 น.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกแถลงการณ์ผ่านเเพจเฟซบุ๊ก คณะก้าวหน้า - Progressive Movement กรณีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร ตามด้วยการเข้าสลายการชุมนุมของคณะราษฎร 2563 ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลรัฐบาล ว่า 

แถลงการณ์คณะก้าวหน้า รัฐบาลต้องปล่อยตัวผู้ชุมนุม ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันที หยุดก้าวล่วงประชาชน 

สืบเนื่องจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ตามด้วยการเข้าสลายการชุมนุมของคณะราษฎร 2563 ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล จับตัวแกนนำและผู้ชุมนุมจำนวนมากในช่วง 04.00 น. ที่ผ่านมา

คณะก้าวหน้าขอยืนยันว่า การชุมนุมตลอดวันที่ 14 ต.ต.ที่ผ่านมา เป็นการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) แกนนำและผู้ชุมนุมพยายามใช้ความอดทนอดกลั้นต่อการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงอยู่ตลอดเวลา พวกเขาแสดงออกอย่างสันติ สงบ เรียกร้องในสิ่งที่ประเทศประชาธิปไตยพึงมี



นอกจากนี้ แกนนำยังพยายามลดความตึงเครียด โดยยอมประกาศพักการชุมนุมไปแล้ว และจะให้มวล ชนแยกย้ายกลับบ้านในเวลา 06.00 น.ของวันนี้ โดยสถานการณ์การชุมนุมได้เป็นไปอย่างสงบเรียบ ร้อยตลอดคืน

การชุมนุมที่เกิดขึ้น ไม่เข้าเหตุให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่มีความชอบธรรมและความจำเป็นใดๆเลย ที่จะประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และนำกำลังเข้าสลายการชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกาล ซึ่งส่อเจตนาปกปิด ไม่สุจริตใจ ทำให้การใช้กำลังเข้าจัดการกับผู้ชุมนุมตรวจสอบได้ยาก ขัดต่อหลักการสากล

อ่านข่าวเพิ่ม เปิดข้อกำหนดหลังประกาศ “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน” ในกรุงเทพฯ

ห่วงขยายวงบานปลาย-เสี่ยงรัฐประหาร 

นอกจากนี้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวยังให้อำนาจเจ้าหน้าที่เกินขอบเขตกฎหมายปกติอย่างมาก เช่นการตรวจสอบและยับยั้งการใช้เครื่องมือสื่อสาร การควบคุมตัวประชาชนได้ 7 วัน รวมถึงสั่งห้ามชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ซึ่งล้วนละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง

คณะก้าวหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมด โดยในระหว่างนี้ต้องให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้ถูกจับกุม เปิดเผยสถานที่ที่แกนนำและผู้ชุมนุมถูกควบคุมตัวทั้งหมด ให้สิทธิในการติดต่อกับทนายและญาติ

รัฐบาลต้องยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งไม่มีความจำเป็นใดๆ นอกจากเอื้อให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจล้นเกินในการจัดการผู้ชุมนุม

และเร่งหาวิธีการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชนโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นสถานการณ์จะมีแต่ลุกลามบานปลาย ขยายวงการชุมนุมออกไปทั่วประเทศ

พร้อมยืนข้างกลุ่มผู้ชุมนุม

ที่สำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลต้องจัดการระงับขบวนการเผยแพร่ข่าวปลอมเพื่อด้อยค่า แพร่มลทินให้กับผู้ชุมนุมโดยด่วน รวมถึงดูแลไม่ให้เกิดการระดมมวลชนมาปะทะกัน ซึ่งเป็นการสร้างเงื่อนไขปูทางไปสู่การรัฐประหาร  จึงขอเตือนผู้มีอำนาจในประเทศนี้ ว่าประวัติศาสตร์เลือดเดือนต.ค.ได้พิสูจน์แล้วว่าการใช้กำลังปราบปราม ปิดปากประชาชน ไม่ช่วยให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบ แต่จะยิ่งสร้างความขัดแย้งและแตกแยก การกระทำของผู้มีอำนาจในวันนี้ กำลังผลักประเทศไทยให้เดินทางไปสู่จุดแตกหักอย่างมิอาจหวนคืนได้อีก

คณะก้าวหน้าขอยืนหยัดเคียงข้างประชาชนผู้ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ เราจะติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุมทุกคนอย่างถึงที่สุด โปรดอย่าลืมว่าการชุมนุมครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากประชาชน สื่อมวลชน และรัฐบาลทั่วโลก ความรุนแรงและการใช้กฎหมายอย่างอยุติธรรมใดๆ ที่เกิดกับผู้ชุมนุม รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องรับผิดชอบ
ด้วยความเคารพต่อประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดในประเทศคณะก้าวหน้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในกรุงเทพฯ

 

 

กลับขึ้นด้านบน