เขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์วิกฤตในรอบ 57 ปี เกษตรฯวางแผนทำฝนหลวงเติมน้ำในอ่าง

เขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์วิกฤตในรอบ 57 ปี เกษตรฯวางแผนทำฝนหลวงเติมน้ำในอ่าง

เขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์วิกฤตในรอบ 57 ปี เกษตรฯวางแผนทำฝนหลวงเติมน้ำในอ่าง

รูปข่าว : เขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์วิกฤตในรอบ 57 ปี เกษตรฯวางแผนทำฝนหลวงเติมน้ำในอ่าง

เขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์วิกฤตในรอบ 57 ปี เกษตรฯวางแผนทำฝนหลวงเติมน้ำในอ่าง การประชุมครม.เศรษฐกิจวันนี้ (24 มิ.ย.2558) พิจารณามาตรการแก้ปัญหาภัยแล้งและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ หลังมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้น ส่วนน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิต์ ที่เป็นน้ำต้นทุนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยาอยู่ในขั้นวิกฤต ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาน้ำในเขื่อนทั้ง 2 แห่ง เพื่อวางแผนการทำฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อน

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า วันนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาน้ำในเขื่อนสิริกิต์และเขื่อนภูมิพล เพื่อวางแผนการทำฝนหลวงในพื้นที่ว่าจะดำเนินการในรูปแบบใดได้บ้าง ซึ่งก็เป็นไปตามคำแนะนำของสำนักพระราชวังที่ระบุว่า การทำฝนหลวงจะทำให้น้ำลงเขื่อนได้จริง แต่ต้องปรับสูตรตามความเหมาะสม จากปริมาณเมฆและสภาพอากาศ

จากการรายงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยที่ดูแล 2 เขื่อนหลักนี้พบว่า น้ำในเขื่อนภูมิพลอยู่ในระดับวิกฤตในรอบ 57 ปี โดยที่ผ่านมาน้ำที่ใช้ในการเกษตรมีค่าเท่ากับศูนย์ ไม่สามารถปล่อยน้ำให้กับเกษตรกรได้อีกแล้ว ขณะที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติ์อยู่ในขั้นวิกฤตสุดในรอบ 40 ปี ขณะนี้มีน้ำเพียง 500 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นและทำให้น้ำที่ใช้เพื่อการเกษตรเหลืออีก 200 ล้านลูกบาศก์เมตร

ด้านนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการประชุมครม.เศรษฐกิจในวันนี้จะหารือช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่เริ่มเพาะปลูกนาปี ต้องขอความร่วมมือให้ชะลอออกไป เพราะขณะนี้มีปัญหาที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเพียงแห่งเดียว ที่มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 4 ล้านไร่

ขณะที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงการเตรียมการขุดเจาะน้ำบาดาลแก้ไขปัญหาภัยแล้งว่า สามารถดำเนินการโดยใช้งบประมาณของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่มีอยู่เดิม 51 ล้านบาท โดยไม่ต้องของบเพิ่ม ซึ่งเดิมกระทรวงทรัพยากรฯ มีแผนขุดเจาะน้ำบาดาลประจำปีอยู่แล้วในภาคเหนือและภาคอีสาน แต่ปี 2558 เกิดภัยแล้งในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจึงต้องปรับแผน โดยได้สั่งการให้ตรวจสอบอย่างละเอียดว่าจุดที่พบน้ำบาดาลมีกี่จุด เพื่อจะนำข้อมูลเข้า ครม.เศรษฐกิจ

ส่วนปัญหาแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปานั้น นางรัตนา กิจวรรณ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า การประปาส่วนภูมิภาค จำนวน 9 สาขา จำเป็นต้องจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลา เพื่อรักษาปริมาณน้ำดิบให้สามารถผลิตน้ำประปาได้อย่างเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคในช่วงระยะเวลาที่ประสบวิกฤตภัยแล้ง นอกจากนี้จะขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพื่อยืดระยะเวลาการจ่ายน้ำในช่วงฤดูแล้งให้ยาวนานยิ่งขึ้น พร้อมขอให้จัดเตรียมภาชนะเพื่อเก็บสำรองน้ำไว้ใช้ รวมทั้งตรวจสอบระบบท่อประปาภายในบ้านไม่ให้มีการรั่วไหล


กลับขึ้นด้านบน