บุกรวบ "เอกชัย" ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี

บุกรวบ "เอกชัย" ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี

บุกรวบ "เอกชัย" ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี

รูปข่าว : บุกรวบ "เอกชัย" ประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี

ตำรวจนำหมายศาลเข้าควบคุมตัว "เอกชัย หงส์กังวาน" นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่บ้านพักย่านลาดพร้าว ในข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 16 - 20 ปี

จากกรณีนายเอกชัย หงส์กังวาน และนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง หนึ่งในนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เข้าร่วมการชุมนุมและเดินขบวนผ่าน ถ.พิษณุโลก ไปยังทำเนียบรัฐบาล

ล่าสุด วันนี้ (16 ต.ค.2563) ศาลอาญา รัชดา ออกหมายจับลงวันที่ 15 ต.ค.2563 นายเอกชัย  และนายบุญเกื้อหนุน ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลดุสิต ในข้อหาประทุษร้ายต่อเสรีภาพของพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 110 ผู้ใดกระทำการประทุษร้ายต่อพระองค์ หรือเสรีภาพของพระราชินีหรือรัชทายาท หรือต่อร่างกายหรือเสรีภาพของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 16 - 20 ปี 

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนคุมตัวนายเอกชัย มาทำบันทึกจับกุมที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว จากนั้นจะส่งตัวต่อไปเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

ขณะที่ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายนประชาธิปไตย เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว พร้อมเตรียมโฉนดที่ดินของนายเอกชัย ราคาประเมิน 1 ล้านบาท เพื่อยื่นขอประกันตัวนายเอกชัย 

โดยนายสมยศ ให้ความเห็นส่วนตัวว่า การใช้กฎหมายอาญามาตรา 110 รุนแรงเกินกว่าเหตุ เพราะในข้อเท็จจริงนายเอกชัย เคยอ้างว่า ในวันดังกล่าวไม่ได้รับแจ้งจากตำรวจว่า จะมีขบวนเสด็จฯ ใช้เส้นทางดังกล่าว อีกทั้งนายเอกชัย ยืนยันไม่ได้มีเจตนาที่จะมุ่งหมายประทุษร้ายฯ ตามที่มีการตั้งข้อกล่าวหา

เบื้องต้นคาดว่า พนักงานสอบสวนจะส่งตัวนายเอกชัย ไปที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ปทุมธานี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 

ย้อนคดีเก่า หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ราชินี และรัชทายาท

สำหรับนายเอกชัย เคยถูกดำเนินคดีกรณีจำหน่ายแผ่นวีดิทัศน์ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต เผยแพร่ภาพและเสียง ข้อความประกอบภาพและภาพเคลื่อนไหวให้ปรากฏต่อสายตาของบุคคลทั่วไป อันเป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท

โดยนายเอกชัย ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในเดือน พ.ย.2558 หลังรับโทษครบ 2 ปี 8 เดือน ตามคำพิพากษาศาลฎีกา จากนั้นนายเอกชัย เคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมืองแสดงความเห็นต่างจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และทำให้มีคดีความตามมาอีกหลายคดี เช่น ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และข้อหาหมิ่นประมาท


ส่วนนายบุญเกื้อหนุน เป้าทอง หรือ ฟรานซิส เป็นนักศึกษารัฐศาสตร์ คณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปี 2 หลักสูตรนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นผู้นำจัดกิจกรรมแฟลชม็อบนักศึกษามหิดล

 

กลับขึ้นด้านบน