ตร.ยกระดับบังคับใช้กฎหมาย คุมเข้มชุมนุมราชประสงค์

ตร.ยกระดับบังคับใช้กฎหมาย คุมเข้มชุมนุมราชประสงค์

ตร.ยกระดับบังคับใช้กฎหมาย คุมเข้มชุมนุมราชประสงค์

รูปข่าว : ตร.ยกระดับบังคับใช้กฎหมาย คุมเข้มชุมนุมราชประสงค์

ตำรวจประกาศยกระดับบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นขึ้น พร้อมปิด 3 เส้นทางการจราจรที่มุ่งหน้าเข้าแยกราชประสงค์ตั้งแต่เวลา 14.00 น. และห้ามไม่ให้มีการชุมนุมโดยเด็ดขาด

วันนี้ (16 ต.ค.2563) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงถึงความพร้อมในการรับการชุมนุมคณะราชฎร 2563 บริเวณแยกราชประสงค์ เวลา 17.00 น. ว่า ตำรวจมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น โดยหนึ่งในมาตรการ คือ ห้ามผู้ชุมนุมเข้าพื้นที่ มั่นใจความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้น หากทุกคนเคารพกติกา 

วันนี้ตำรวจจะมีมาตรการควบคุมที่เข้มข้นขึ้น หากมีการพัฒนาสถานการณ์ชึ้น ตำรวจจะรักษาตามอาการ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มคนที่มาร่วมชุมนุม มีทั้งเยาวชนหรือนักศึกษา ดังนั้น การบังคับใช้กฎหมายต้องดูทั้งความจำเป็น และผลที่จะได้ตามมา นอกจากนี้ ตำรวจยังมีมาตรการกันพื้นที่โดยเข้มข้น ตรวจ ค้น หรือคัดกรองบุคคลที่เข้ามาในพื้นที่ก็ต้องเข้มข้นขึ้น ย้ำจะจัดการชุมนุมไม่ได้โดยเด็ดขาด

ทั้งนี้ ตำรวจทำตามหน้าที่ตามกฎหมายที่ออกมาในห้วงนี้ และตำรวจจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายหากพบการกระทำความผิด โดยตำรวจจะยึดตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักสากลที่ทั่วโลกยอมรับ ส่วนวานนี้มีการจับกุมผู้ชุมนุมเพิ่ม 6 คน ในความผิดฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ปิด 3 เส้นทาง สกัดชุมนุมราชประสงค์

ขณะที่ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. ระบุว่า บช.น.ได้ปิดการจราจร ตั้งแต่เวลา 14.00 น. โดยปิด 3 เส้นทาง ได้แก่

  1. ถ.ราชดำริ ตั้งแต่แยกราชดำริ ถึง แยกประตูน้ำ 
  2. ถ.เพลินจิต ตั้งแต่แยกชิดลมถึงแยกราชประสงค์
  3. ถ.พระราม 1 จากแยกราชประสงค์ถึงแยกเฉลิมเผ่า


สำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มารับบุตรหลาน หรือประชาชนที่ทำงานในบริเวณดังกล่าว ได้เตรียมการเพื่อปรับเส้นทางหรือการใช้ยานพาหนะ ผู้ใช้บริการห้างฯ ด้านราชดำริ ที่มีการปิดการจราจร ขอแนะนำเส้นทางเลี่ยง โดยสามารถเข้าหรืออกได้ทางถนนพระราม 1 และพญาไท ยังใช้ได้ปกติ

หากต้องการเดินทางช่วงเย็น ไม่ทราบว่าเส้นทางใดปิดบ้าง สามารถโทรสายด่วน 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง 30 คู่สาย หรือเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Trafficpolice.go.th


ส่วน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า การใช้สื่อโซเชียลในการแสดงความคิดเห็นนั้น ปัจจุบันมีข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงขอเตือนว่า หากเป็นการส่งต่อหรือแสดงความเห็นที่เข้าข่ายความผิดเรื่องความมั่นคง อาจถูกดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อัตราโทษจำคุก 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท รวมถึงอาจผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ด้วย

ดังนั้น การแสดงความคิดเห็น ขอให้ใช้วิจารณญาณเป็นกรณีพิเศษ ฝากผู้ปกครองดูแลบุตรหลานที่อาจนำไปสู่ความผิด

 

กลับขึ้นด้านบน