ครม.ไฟเขียว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือน จ่อยกระดับ “เคอร์ฟิว”

ครม.ไฟเขียว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือน จ่อยกระดับ “เคอร์ฟิว”

ครม.ไฟเขียว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือน จ่อยกระดับ “เคอร์ฟิว”

รูปข่าว : ครม.ไฟเขียว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือน จ่อยกระดับ “เคอร์ฟิว”

ครม.เห็นชอบพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 1 เดือน พร้อมประกาศ “เคอร์ฟิว” หากชุมนุมบานปลาย รุนแรง ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงกังวล เยาวชนเข้าร่วมชุมนุม หวั่นต่อต้าน เกิดกระทบเป็นวงกว้าง เตรียมใช้แผนยึดพื้นที่ให้เข้าได้ยาก

วันนี้ (16 ต.ค.2563) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในที่ประชุม ครม. พิเศษวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้แจ้งให้ที่ประชุม ทราบถึงกรณีการตัดสินใจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ต.ค. เวลา 04.00 น.

เพื่อให้ ครม.รับรองประกาศดังกล่าวเป็นมติครม. เห็นชอบพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)เสนอ มีระยะเวลา 1 เดือน หรือ 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 13 พ.ย.นี้

ที่ประชุมส่วนใหญ่รับทราบโดยไม่ได้ติดใจสอบถาม หรือตั้งข้อสังเกต มีเพียง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ที่ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เมื่อมีการประกาศสถานการณ์ร้ายแรงในกรุงเทพมหานคร จะมีผลให้การใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะหมดไป แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ใช้ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ยังบังคับใช้อยู่

หากชุมนุมไม่เป็นด้วยให้สงบเรียบร้อย เกิดเหตุบานปลาย รุนแรง ตามมาตรา 11 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ให้อำนาจรัฐบาลในการประกาศเคอร์ฟิว เหมือนเหตุการณ์ในปี 2553 และ 2557

ขณะที่ นายกฯ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมยืนยันว่าจะไม่ลาออก ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มคณะราษฎร 63 อย่างแน่นอน

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนการประชุมครม.นัดพิเศษ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับการปฏิบัติงานหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร ได้ตั้งวอร์รูมภายในมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ถ.วิภาวดีรังสิต และเรียกฝ่ายความมั่นคงหารือ การประเมินการเคลื่อนไหวของคณะราษฎร 63 และสถานการณ์การชุมนุมของที่แยกราชประสงค์ เมื่อช่วงเย็นวานนี้

โดยทางฝ่ายความมั่นคงมีการวิเคราะห์ ถึงรูปแบบการชุมนุมที่นำ “ฮ่องกงโมเดล”มา ใช้ เพื่อหวังผลให้เกิดการเผชิญหน้าและทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุม

การเลือกแยกราชประสงค์ ไม่เพียงจะใช้พื้นที่ดังกล่าว เพื่อแสดงในเชิงสัญลักษณ์ ยังหวังผลให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ ทำให้เห็นความล้มเหลวในการแก้ปัญหาของรัฐบาล

แต่ปัญหาที่ฝ่ายความมั่นคง กังวลขณะนี้คือ การร่วมชุมนุมของกลุ่มเยาวชน ทำให้ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างเต็มที่ เบื้องต้นคงต้องยึดพื้นที่ไว้ให้เข้าได้ยาก และทยอยจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุนให้มีการชุมนุม

“กลุ่มเยาวชนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากดำเนินการใดๆ อาจจะทำเกิดการต่อต้านขยายวงกว้าง ทำให้การควบคุมมวลชน และการแก้ปัญหาดังกล่าวลำบากมากขึ้น ที่สำคัญยิ่งทำให้เข้าสู่รูปแบบฮ่องกงโมเดล เต็มตัว ดังนั้นคงต้องปล่อยไปสักระยะ ใช้วิธียึดพื้นที่ บังคับใช้กฎหมาย และจับตาอย่างใกล้ชิด เชื่อว่า กลุ่มผู้ชุมนุมและเยาวชนจะค่อยๆล้าไปเหมือนที่ผ่านมา” รายงานข่าวกล่าว

กลับขึ้นด้านบน