รัฐบาลเตรียม 4 หมื่นล้านสู้ COVID เดินหน้าผลิตวัคซีนในไทย

รัฐบาลเตรียม 4 หมื่นล้านสู้ COVID เดินหน้าผลิตวัคซีนในไทย

รัฐบาลเตรียม 4 หมื่นล้านสู้ COVID เดินหน้าผลิตวัคซีนในไทย

รูปข่าว : รัฐบาลเตรียม 4 หมื่นล้านสู้ COVID เดินหน้าผลิตวัคซีนในไทย

ไทยมีโอกาสได้รับวัคซีน COVID-19 ลำดับต้นๆ ของโลก หลังอ็อกซฟอร์ด ลงนาม ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ขณะที่รัฐบาลเตรียม 4 หมื่นล้านสู้ COVID

วันนี้ (18 ต.ค.2563) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลพยายามผลักดันให้ไทย เป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่ได้รับวัคซีนป้องกัน COVID-19

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) การผลิตและจัดสรรวัคซีนวิจัยป้องกัน COVID-19 ร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด โดยวัคซีนที่พัฒนาโดย มหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด จะใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ซึ่งการผลิตวัคซีนนั้น มหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีความก้าวหน้าอย่างมาก โดยเริ่มทดลองกับมนุษย์แล้ว

อ๊อกซฟอร์ดจะใช้โรงงานของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เป็นแหล่งผลิตวัคซีน โดยการลงนามครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือด้วยการประสานงานของเอสซีจี ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมงานด้านวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ดมายาวนาน

และในหนังสือแสดงเจตจำนงดังกล่าว มหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด ยังได้ให้สิทธิประเทศไทย ในการจัดจำหน่ายวัคซีนให้แก่ประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วย แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพด้านการสาธาณสุข มีความสามารถที่จะใช้เป็นฐานการผลิตวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ซึ่งมีความสำคัญต่อประชากรโลก และจะทำให้คนไทยได้รับวัคซีนเป็นประเทศแรกๆ ของโลก

นอกจากนี้ ยังจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการจัย ซึ่งแสดงถึงความคืบหน้าไปอีกขั้นในการจัดหาวัคซีนวิจัยมาใช้ในประเทศ ซึ่งจะเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

รัฐบาลได้เตรียมจัดหาวัคซีนหลายแนวทาง ไม่ว่าจะเป็น การจองล่วงหน้าจากต่างประเทศ และสนับสนุนการผลิตวัคซีนภายในประเทศ เพื่อให้ได้วัคซีนอย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ โดยเล็งเห็นว่าวัคซีน มีความสำคัญในการควบคุมโรค COVID-19 ซึ่งยังคงแพร่ระบาดอยู่ทั่วโลกขณะนี้

น.ส.ไตรศุลีกล่าวด้วยว่า ในการเตรียมความพร้อมเรื่องสาธารณสุข และการรับมือกับCOVID-19 รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมเรื่องงบประมาณ ซึ่งนอกจากการจัดสรรวงเงินตามเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ที่มีการจัดสรรไว้ให้ใช้ด้านสาธารณสุข รวมถึงการพัฒนาวัคซีนวงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท ยังมีการจัดสรรงบกลางฯในปี 2564 อีกประมาณ 4 หมื่นล้านบาท เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วย

กลับขึ้นด้านบน