ตร.ยืนยัน "คำรณวิทย์" ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายญี่ปุ่น-ทอท.ระบุภาพเอ็กซเรย์ไม่พบปืนในกระเป๋า

ตร.ยืนยัน "คำรณวิทย์" ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายญี่ปุ่น-ทอท.ระบุภาพเอ็กซเรย์ไม่พบปืนในกระเป๋า

ตร.ยืนยัน "คำรณวิทย์" ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายญี่ปุ่น-ทอท.ระบุภาพเอ็กซเรย์ไม่พบปืนในกระเป๋า

รูปข่าว : ตร.ยืนยัน "คำรณวิทย์" ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายญี่ปุ่น-ทอท.ระบุภาพเอ็กซเรย์ไม่พบปืนในกระเป๋า

ตร.ยืนยัน ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นในข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต คาดว่าในวันนี้ (24 มิ.ย.2558) จะมีความชัดเจนว่าทางการญี่ปุ่นจะสั่งฟ้องหรือไม่ ซึ่งหากศาลประเทศญี่ปุ่นตัดสินว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ มีความผิดจริง อดีตผบช.น.จะต้องรับโทษ 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่นก่อนประสานส่งตัวกลับไทยได้ ขณะที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย ยืนยันว่าการเอ็กซเรย์ไม่พบปืนพกในกระเป๋าสัมภาระของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์

พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ กล่าวว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยในส่วนของกองการต่างประเทศอยู่ระหว่างรอการประสานเกี่ยวกับเอกสารอย่างเป็นทางการ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่สามาระระบุได้ว่าขั้นตอนการเดินเอกสารจะแล้วเสร็จเมื่อใด ขณะนี้ทำได้เพียงแค่ประสานทางการทูตและส่งเอกสารยืนยันว่าเคยดำรงตำแหน่งอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลจริง ซึ่งขณะที่กระบวนการทางกฎหมายของญี่ปุ่นดำเนินการอยู่นั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ต้องถูกควบคุมตัวภายใน 20 วัน แต่คาดว่าในวันนี้ (24  มิ.ย.) น่าจะมีความชัดเจนว่าทางการญี่ปุ่นจะสั่งฟ้องหรือไม่

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 640 แต่ถูกเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นควบคุมตัวที่สนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 22 มิ.ย.2558 ตามเวลาท้องถิ่น ข้อหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ขณะเตรียมเดินทางกลับประเทศไทย

ผู้บังคับการกองการต่างประเทศระบุเพิ่มเติมว่า หากกรณีนี้ศาลประเทศญี่ปุ่นตัดสินว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์มีความผิดจริง ตามขั้นตอนของกฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องการประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน อดีตผบช.น.จะต้องรับโทษ 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่นก่อนประสานส่งตัวกลับไทยได้

ขณะที่นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากรและประธานกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบว่าพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ผ่านขั้นตอนการเอ็กซ์เรย์กระเป๋าเดินทางตามปกติ โดยให้ความร่วมมือในการตรวจเป็นอย่างดี พร้อมกับยืนยันว่าขณะที่ผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ไม่พบอาวุธติดตัวขึ้นเครื่อง ส่วนกระเป๋าที่เป็นกระเป๋าเป้ก็ผ่านการตรวจจากเครื่องซีทีเอ็กซ์ ซึ่งพบว่ามีเพียงโทรศัพท์มือถือ หูฟัง ที่ชาร์จแบตเตอร์รีไม่มีอาวุธปืน ส่วนกระเป๋าสัมภาระที่เก็บเข้าใต้ท้องเครื่องบินก็ไม่พบอาวุธปืนเช่นกัน
 
นายประสงค์ยืนยันว่า การพกอาวุธปืนขึ้นเครื่องจะต้องมีการสำแดงอาวุธ ซึ่งแต่ละสายการบินจะเป็นผู้เก็บรักษา และส่งมอบคืนเมื่อถึงปลายทาง โดยยืนยันว่า การตรวจสอบอาวุธได้มาตรฐานสากล และมาตรฐานการบิน

ส่วนการชี้แจงกับองค์การการบินระหว่างประเทศ (ICAO) นายประสงค์ระบุว่า หากต้องชี้แจงก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงแต่ยืนยันว่าการตรวจสอบเป็นไปตามมาตรฐานการบิน

พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ได้รับรายงานว่าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่นได้ควบคุมตัวพล.ต.ท.คำรณวิทย์ และได้เร่งประสานไปยังสถานทูตไทยเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านข้อกฎหมายแล้ว พร้อมกับเปิดเผยว่าคดีเกี่ยวกับอาวุธเป็นคดีที่ร้ายแรงในญี่ปุ่น

กรณีดังกล่าวทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงระบบการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า เพราะเหตุใดจึงตรวจไม่พบอาวุธปืนของพล.ต.ท.คำรณวิทย์ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ

ขณะที่นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าไปช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประสานงานเรื่องคดีความ

 
 


กลับขึ้นด้านบน