น้ำป่าหลากท่วม "กาญจนบุรี - ราชบุรี" สั่งด่วนปิด ร.ร. - อุทยานฯ

น้ำป่าหลากท่วม "กาญจนบุรี - ราชบุรี" สั่งด่วนปิด ร.ร. - อุทยานฯ

น้ำป่าหลากท่วม "กาญจนบุรี - ราชบุรี" สั่งด่วนปิด ร.ร. - อุทยานฯ

รูปข่าว : น้ำป่าหลากท่วม "กาญจนบุรี - ราชบุรี" สั่งด่วนปิด ร.ร. - อุทยานฯ

ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำป่าหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน จ.กาญจนบุรี อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ปิดการท่องเที่ยวตั้งแต่ 18 ต.ค. และโรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง อ.ศรีสวัสดิ์ ประกาศปิด 3 วัน ขณะที่ จ.ราชบุรี บ้านชาวสวนผึ้งถูกน้ำกัดเซาะห้องน้ำทรุดจมไปกับน้ำ

วันนี้ (19 ต.ค.2563) ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายวันในพื้นที่โรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง หมู่ 3 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลบ่าแรง และเกิดน้ำท่วมขัง บริเวณพื้นที่อาคาร ห้องเรียน และโรงอาหารไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้โรงเรียนประกาศหยุดเรียนเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากน้ำป่าไหลบ่าแรง และเกิดน้ำท่วมขัง ระหว่างวันที่ 19-21 ต.ค. และเปิดทำการเรียนการสอนปกติ ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ต.ค.นี้

 


องค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดาน ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน พร้อมคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านบนเขาแก่งเรียง ได้เร่งช่วยกันกรอกทรายใส่ถุงปุ๋ยมาเรียงเป็นแนวกันเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าอาคารเรียนมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อลดความเสียหาย

 

ประกาศปิดอุทยานแห่งชาติเอราวัณ 

ขณะที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวภายในอุทยานทั้งหมด เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และมีสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกภายในอุทยานทั้ง 7 ชั้น มีน้ำป่าไหลรุนแรง เกรงว่าอาจจะทำให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว จึงประกาศปิดการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.2563 ไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง

ภาพ : อุทยานแห่งชาติเอราวัณ Erawan National Park

ภาพ : อุทยานแห่งชาติเอราวัณ Erawan National Park

 

น้ำป่ากัดเซาะตลิ่งท่วมบ้านชาวสวนผึ้ง

ส่วนในพื้นที่หมู่ 2 บ้านทุ่งแฝก ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เกิดฝนตกหนักหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาตะนาวศรี สู่ลำน้ำแม่น้ำภาชี กัดเซาะตลิ่งจนน้ำเปลี่ยนเส้นทาง เข้าสู่บ้านเรือนประชาชนที่ปลูกอยู่ริมตลิ่งได้รับความเสียหาย 

 

สำรวย งามตา เจ้าของบ้าน ระบุว่า ห้องน้ำถูกน้ำกัดเซาะทรุดจมหายไปกับสายน้ำ เหลือแต่ท่อน้ำและเศษปูนและผนังบ้านบางส่วนที่โผล่ให้เห็นหลายจุด ตัวบ้านที่ปลูกสร้างด้วยปูนเริ่มมีรอยแตกร้าว และด้วยสภาพพื้นดินปนทรายทำให้ถูกน้ำป่ากัดเซาะได้ง่ายและรวดเร็ว จนเจ้าของบ้านต้องขนย้ายของหนีออกจากบ้านตั้งแต่เมื่อช่วงตี 2 ของคืนที่ผ่านมาเกรงจะเกิดอันตราย

 

น้ำมาแรงมาก แต่เก็บของไปหมดแล้ว ตอนนี้ต้องไปอาศัยอยู่ข้างบ้าน แต่ห้องน้ำพังด้วย

ทั้งนี้ นายชนันท์ อินทรักษ์ ปลัดอาวุโสอำเภอสวนผึ้ง เปิดเผยว่า ฝ่ายปกครองได้เข้ามาดูแลชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนแล้ว พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกับหน่วยทหารในการจะหาวิธีฟื้นฟูพื้นที่ให้กับชาวบ้าน หลังจากที่ภาวะน้ำหลากลดปริมาณลง อยู่ในสภาพที่สามารถดำเนินการฟื้นฟูได้ แต่ปัญหาที่เกิดจากน้ำหลากตามมาคือการกัดเซาะที่ดิน ที่อยู่อาศัยและทำกินของประชาชน เป็นปัญหาที่เกิดซ้ำซาก ในระยะยาวต้องร่วมกันวางแผนแก้ปัญหานี้ต่อไป

 

 

กลับขึ้นด้านบน