กอร.ฉ.แจงปิด​ BTS​ ห่วงค​วามปลอดภัยผู้ชุมนุม

กอร.ฉ.แจงปิด​ BTS​ ห่วงค​วามปลอดภัยผู้ชุมนุม

กอร.ฉ.แจงปิด​ BTS​ ห่วงค​วามปลอดภัยผู้ชุมนุม

รูปข่าว : กอร.ฉ.แจงปิด​ BTS​ ห่วงค​วามปลอดภัยผู้ชุมนุม

กอร.ฉ.ชี้​รางบีทีเอสมีไฟฟ้ากำลังแรงสูง​ หวั่นเกิดอันตรายกับผู้ชุมนุม​ ยืนยัน​ จำเป็นต้องปิด

วันนี้ (21 ต.ค. 2563) กอร.ฉ. แถลงสถานการณ์ชุมนุม โดย น.ส.กัญญ์ณาณัฏฐ์ ภาธรสืบนุกูล โฆษก กอร.ฉ. สรุปภาพรวมการชุมนุมวานนี้เป็นไปด้วยความสงบ หลังผู้ชุมนุมนัดรวมตัวที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส​ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เพื่อชู 3 นิ้วแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ แล้วแยกย้าย


โฆษก กอร.ฉ. ย้ำถึงความจำเป็นในการปิดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสชั่วคราวว่า เป็นความสมัครใจร่วมกันระหว่างบีทีเอสและเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทุกคน เนื่องจากรางมีกำลังไฟฟ้าแรงสูง​ หากมีการทะเลาะวิวาทหรือกระทบกระทั่งกันจนตกลงไปอาจเกิดอันตรายได้ และพบผู้ชุมนุมบางส่วนทำลายทรัพย์สินเสียหายด้วย

ส่วนการชุมนุมใหญ่ในพื้นที่​ กทม.อีก 2 จุด คือ​ ห้างฯ​ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า​ และห้างฯ​ เดอะมอลล์​ บางแค​ มีการชุมนุมหนาแน่นจนกระทบการจราจร แต่เมื่อเวลา 20.55 น. ทุกพื้นที่ประกาศยุติชุมนุม

ในเวลาเดียวกันต่างจังหวัดมีการนัดชุมนุม 22 จุด และมีกลุ่มเทิดทูนสถาบันนัดชุมนุมด้วย แต่ภาพรวมส่วนใหญ่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

รัฐขอเวลาหารือ​ 3 สื่อ​ ปมคำสั่งปิด

โฆษก กอร.ฉ.​ ยังกล่าวถึงกรณีปิดสื่อมวลชน รัฐบาล ยืนยัน ไม่ต้องการปิดกั้นการทำหน้าที่สื่อ เตรียมหารือแนวทางการทำงาน


การปิด VOICE TV ตามคำสั่งศาลก็ว่ากันไป แต่อีก 3 สื่อออนไลน์ที่เหลือ คือ Prachatai The reporter และ The standard ขอเวลาพูดคุย เพื่อกำหนดทิศทางการนำเสนอของสื่อมวลชน

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวถึงกรณีข่าวเฟกนิวส์ ตชด.เข้าไปก่อความไม่สงบในการชุมนุมนั้น ตำรวจ สน.บางนาได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาที่ปรากฏในภาพมาดำเนินคดี และส่งฟ้องศาลพระโขนงแล้ว

ผกก. สน.หลักสอง ยังได้แจ้งความร้องทุกข์ผู้ชุมนุมที่ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ห้างฯ เดอะมอลล์บางแค วานนี้ โดยอยู่ระหว่างการสอบสวน

โต้เฟกนิวส์ใช้กระสุนจริง​ ย้ำปฏิบัติตาม​ กม.

ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษก ตร. ชี้แจงกรณีเฟกนิวส์จากทวิตเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่จะใช้อาวุธปีน กระสุนจริงยิงใส่ผู้ชุมนุมนั้น ไม่เป็นความจริง ยืนยัน ปฏิบัติการภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเครดครัด


นอกจากนี้ ยังพบเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความอ้างว่า เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งเตรียมสังหารหมู่นักศึกษานั้น เป็นเฟกนิวส์ เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เตือนประชาชนพบเห็นอย่าแชร์ต่อ

 

กลับขึ้นด้านบน