ศาลนัดฟังคำสั่งปิดช่องทางออนไลน์​ "VOICE​ TV" บ่ายนี้

ศาลนัดฟังคำสั่งปิดช่องทางออนไลน์​ "VOICE​ TV" บ่ายนี้

ศาลนัดฟังคำสั่งปิดช่องทางออนไลน์​ "VOICE​ TV" บ่ายนี้

รูปข่าว : ศาลนัดฟังคำสั่งปิดช่องทางออนไลน์​ "VOICE​ TV" บ่ายนี้

ศาลอาญานัดฟังคำสั่ง กรณีมีคำสั่งปิดช่องทางออนไลน์​ VOICE​ TV หลังทนายความยื่นคัดค้านคำสั่ง และศาลให้ไต่สวนคู่ความ

จากกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญามีคำสั่งปิดช่องทางออนไลน์ของสำนักข่าว VOICE​ TV และศาลมีคำสั่งให้ปิดตามคำร้องไปเมื่อวานนี้

วันนี้​ (21​ ต.ค.2563)​ ผู้บริหารสำนักข่าว VOICE​ TV และ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลขอคัดค้านคำสั่งซึ่งศาลนัดไต่สวนในช่วงเช้าวันนี้โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปราบการทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศกระทรวงดีอีเอส ขึ้นเบิกความ 

โดยตำรวจผู้ร้องได้นำหลักฐานเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวสารของสำนักข่าว VOICE​ TV ผ่านช่องทางออนไลน์ทั้ง 5 ช่องทาง ประกอบด้วย เว็บไซต์ voicetv.co.th เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม และ ยูทูบรวม 12 URL นำเสนอต่อศาล โดยระบุว่า เป็นเนื้อหาที่เผยแพร่ วันที่ 17​ ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีเนื้อหาที่มีการนำเสนอขัดต่อความสงบเรียบร้อย บางส่วนมีเนื้อหาการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ที่ทำให้เกิดความรุนแรงและข้อความในลักษณะเชิญชวนให้มีการไปร่วมชุมนุม ซึ่งขัดต่อประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ทั้งนี้​ ตำรวจยอมรับว่าหลังตรวจสอบข้อความแล้ว​ ไม่ได้มีการเรียกผู้บริหารมาชี้แจงถึงการนำเสนอข่าวดังกล่าว​ แต่มีคณะกรรมการกลั่นกรองของกระทรวงได้มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีจึงนำหลักฐานมายื่นฟ้องต่อศาลทันที

ด้าน รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองป้องกันและปราบปราบการทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศกระทรวงดีอีเอส ระบุว่า ก่อนหน้าที่ดีอีเอสจะจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังผู้กระทำความผิดในช่วงการชุมนุมซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหนังสือส่งมาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอสพิจารณาการนำเสนอข่าวของสำนักข่าว 5 สำนักประกอบด้วย VOICE​ TV ประชาไท The reporter The standard และ​ เยาวชนปลดแอก-Freeyouth เนื่องจากนำเสนอฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ทางกระทรวงดีอีเอสจึงเข้าตรวจสอบในช่องทางการนำเสนอข่าวของการนำเสนอของสำนักข่าวนั้นๆและพบข้อความที่เข้าข่ายความผิดในลักษณะการเชิญชวนให้มาร่วมชุมนุมจึงร้องขอให้ศาลปิดเว็บไซต์และช่องทางการนำเสนอของ VOICE​ TV

ส่วนเว็บไซต์ voicetv.co.th จำเป็นต้องขอให้ปิดทั้งเว็บไซต์ไม่สามารถปิดเฉพาะข่าวที่นำเสนอและพบมีความผิดอย่างเดียวไม่ได้​ เนื่องจากเว็บไซต์ดังกล่าวมีระบบรักษาความปลอดภัย มีการเข้ารหัส และทางเทคนิคไม่สามารถปิดกั้นเฉพาะบางส่วนได้จึงขอให้ปิดทั้งหมด

ทั้งนี้​ ศาลรับฟังคำไต่สวนของทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว นัดฟังคำสั่งตามคำร้องที่ขอให้ปิดช่องทางออนไลน์ของ Voice TV ในเวลา 13.00 น.

 

 

กลับขึ้นด้านบน