กต.แจง "ยูเอ็น" ยึดมั่นกติกาสากลปมชุมนุมการเมือง

กต.แจง "ยูเอ็น" ยึดมั่นกติกาสากลปมชุมนุมการเมือง

กต.แจง "ยูเอ็น" ยึดมั่นกติกาสากลปมชุมนุมการเมือง

รูปข่าว : กต.แจง "ยูเอ็น" ยึดมั่นกติกาสากลปมชุมนุมการเมือง

กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (OHCHR) กรณีสถานการณ์การชุมนุม ย้ำประเทศไทยยึดกติกาสากลในการชุมนุมทางการเมือง และรับมืออย่างสมดุลของพลังเงียบ

วันนี้ (24 ต.ค.2563) เว็บไซต์ กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่คำชี้แจง กรณีสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ เผยแพร่แถลงข่าวร่วมของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ใน 3 ด้านของสิทธิเสรีภาพ และข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมในประเทศไทย โดยระบุว่า

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (The Office of the High Commissioner for Human Rights: OHCHR) ได้เผยแพร่แถลงข่าวร่วม (News Release) ของผู้เสนอรายงานพิเศษฯ ใน 3 ด้านของสิทธิเสรีภาพ และข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมในประเทศไทยกระทรวงการต่างประเทศขอเรียน ดังนี้

1. ผู้เสนอรายงานพิเศษเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระที่มีหน้าที่ติดตามสถานการณ์ในประเทศต่างๆ โดยเป็นกลไกพิเศษภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งประกอบด้วยผู้เสนอรายงานพิเศษในประเด็นต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญอิสระและคณะทำงานต่างๆ

2. ข้อห่วงกังวลที่ปรากฏในแถลงข่าวร่วม อาทิ เรื่องการจับกุม การใช้น้ำฉีดแรงดันสูงเพื่อสลายการชุมนุม การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ฯลฯ ได้รับการชี้แจงในการบรรยายสรุปต่อคณะทูตและองค์การระหว่างประเทศแล้ว เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563 ที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศบรรยายสรุปและตอบคำถามร่วมกับโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยผู้แทนสำนักงาน OHCHR ประจำประเทศไทย ได้เข้าฟังด้วย

3. ในวันเดียวกันกับที่มีการเผยแพร่แถลงข่าวร่วม (22 ต.ค.) เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้หารือกับนาง Michelle Bachelet ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ผ่านการสื่อสารทางไกล เกี่ยวกับสถานการณ์ชุมนุมในประเทศไทย และการแถลงข่าวร่วมข้างต้น เพื่อชี้แจงเพิ่มเติม โดยเฉพาะการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฯ เมื่อวันที่ 22 ต.ค.และได้ย้ำว่า

  • ไทยยึดมั่นในพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 
  • รัฐบาลไทยรับมืออย่างสมดุลระหว่างข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ที่เป็นพลังเงียบ 
  • ที่สำคัญคือกระบวนการทางยุติธรรมและศาลมีความเป็นอิสระ โดยล่าสุดศาลมีคำสั่งยกเลิกคำร้องของกระทรวงดิจิทัลฯ เพื่อปิดสื่อบางแห่งแล้ว
  • ระหว่างวันที่ 22–23 ต.ค.นี้ มีสำนักข่าวบางแห่ง ได้รายงานข่าวเรื่องท่าทีของกลุ่มผู้เสนอรายงานพิเศษฯ โดยสรุปเนื้อหาคลาดเคลื่อนว่า กลุ่มผู้เสนอรายงานพิเศษฯ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัว “ทุกคน” โดยไม่มีเงื่อนไข แต่ข้อเท็จจริง คือ เรียกร้องให้ปล่อยตัว “บุคคลที่ถูกจับกุมเพียงเพราะใช้เสรีภาพขั้นพื้นฐาน” (ผู้ชุมนุมทั่วไป) ซึ่งมีความหมายที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

 

กลับขึ้นด้านบน