สมัครเรียนออนไลน์ แต่ถูกนำชื่อไปสมัครธุรกิจขายตรง

สมัครเรียนออนไลน์ แต่ถูกนำชื่อไปสมัครธุรกิจขายตรง

สมัครเรียนออนไลน์ แต่ถูกนำชื่อไปสมัครธุรกิจขายตรง

รูปข่าว : สมัครเรียนออนไลน์ แต่ถูกนำชื่อไปสมัครธุรกิจขายตรง

ผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กับ ศปอส.ตร. ให้เร่งตรวจสอบผู้สอนออนไลน์ หรือโค้ช อ้างมีโปรแกรมสอนสร้างรายได้ให้ร่ำรวย ค่าสมัครตั้งแต่ 28,000-55,000 บาท แต่โค้ชนำชื่อผู้เรียนไปสมัครธุรกิจขายตรง โดยผู้เรียนไม่รู้ตัว รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ (28 ต.ค.2563 )  ผู้เสียหายจากหลายจังหวัด เข้ายื่นหลักฐานร้องเรียนต่อ พ.ต.อ.กัณต์ชวิศ โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้กำกับการ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. เพื่อขอให้ตรวจสอบผู้ที่โฆษณาผ่านเฟสบุ๊ก อ้างตัวว่า เป็นเจ้าของธุรกิจที่มียอดขายมากถึง 8 หลักต่อเดือนบนโลกออนไลน์ และชักชวนว่าหากใครสนใจให้เข้ามาเรียนในเฟสบุ๊กกลุ่มปิด ต่อมาเรียกค่าสมัครเรียนในโปรแกรมพิเศษสร้างรายได้ เป็นเงินตั้งแต่ 28,000-55,000 บาท


โดยอ้างเป็นหลักสูตร การตลาดบนFACEBOOK มีกลยุทธ์เทคนิคขั้นสูง, แพลทฟอร์มเครื่องมือ ต่างๆสู่ความสำเร็จ , ฯลฯ จูงใจด้วยว่าหากซื้อตอนนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ ห้องพักโรงแรมในแม็คซิโกและดูไบ สูงสุด 8 วัน 7 คืน และในโปรแกรมนี้ ทางผู้สอนบอกอีกว่า หากอยู่ด้วยกันไปถึง 1 ปี การันตีว่าภายใน 3เดือน ผู้เรียนจะมีรายได้ถึง 6 หลัก

ต่อมาได้ชักชวนให้ลงทุนเพิ่ม ในราคา140,000-180,000 บาท โดยอ้างว่าจะได้รับส่วนแบ่งร้อยละ 3 ของธุรกิจที่มาจาก 70กว่า ประเทศทั่วโลก แต่ผู้สอนไม่ได้บอกเงื่อนไขในการขอรับส่วนแบ่งดังกล่าวอย่างชัดเจน ซึ่งมีบางคนที่สนใจจ่ายเงินไปแล้ว แต่พอเรียนได้ประมาณ 1-2เดือน พบว่าผู้สอนไม่มีรายการสอนตามโปรแกรม มีแค่เบื้องต้นเท่านั้น ส่วนใหญ่มักเป็นการโน้มน้าวให้ทำตามในรูปแบบที่ผู้สอนคิด และให้จินตนาการเรื่องความสำเร็จ

 

 

จนกระทั่งย่างเข้าเดือนที่ 3 ผู้เรียนหรือผู้เสียหายทราบว่า ถูกนำชื่อและข้อมูลส่วนตัวไปสมัครเป็นสมาชิกกับบริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง บางคนได้รับพัสดุเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากบริษัทขายตรงดังกล่าวด้วย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้สอนคนนี้เป็นสมาชิกของบริษัทขายตรงแบบMLMอยู่ในระดับเพรสซิเด้นท์ โดยผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ได้รับทราบหรือยินยอมให้นำชื่อไปสมัครทำธุรกิจขายตรงแต่อย่างใด จึงเรียกร้องขอให้ผู้สอนออกมารับผิดชอบ

ที่ผ่านมาผู้เสียหายได้ขอเงินคืน เพราะการเรียนไม่ได้เป็นไปตามที่โฆษณาหรือผลสำเร็จ แต่ผู้สอนบอกว่าไม่มีนโยบายคืนเงินและชี้แจงว่าเงินที่เก็บไปเป็นค่าสอนโปรแกรมธุรกิจ ส่วนรหัสขายตรงคือเป็นของแถมให้ ขณะนี้ยังมีผู้เรียนที่อยู่ในห้องเรียนออนไลน์แบบปิดประมาณ 200 คน ส่วนผู้เสียหายที่รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมมีกว่า 40 คนแล้ว


ทางด้าน พ.ต.อ.กัณต์ชวิศ โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้กำกับการ ศปอส.ตร. กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายบางส่วน เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน และผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ ในวันเดียวกันได้ติดต่อสอบถามไปยังตัวแทนบริษัทขายตรงดังกล่าว และเชิญมาให้ปากคำ เบื้องต้นทราบว่าบริษัทจดทะเบียนขายตรงถูกต้อง แต่สมาชิกหรือพ่อทีม อาจทำผิดวิธีในการชักชวนมาร่วมลงทุน โดยทางบริษัทจะประสานไปยังบุคคลดังกล่าวให้อีกทางหนึ่งเพื่อเจรจาพูดคุยกับผู้เสียหาย

นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน หากครบถ้วนแล้วจึงจะออกหมายเรียกไปยังคู่กรณีมาสอบปากคำให้ได้ข้อเท็จจริงต่อไปเพื่อความเป็นธรรม ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูล เบาะแส หรือ การกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน ศปอส.ตร.1155, บก.ปอท. 02-142-2556 และ 02-142-2557 ได้ตลอด 24 ชม.

 

กลับขึ้นด้านบน