ร้อง ศปอส.ตร.ถูกหลอกขายโทรศัพท์มือถือ และโน๊ตบุ๊ค

ร้อง ศปอส.ตร.ถูกหลอกขายโทรศัพท์มือถือ และโน๊ตบุ๊ค

ร้อง ศปอส.ตร.ถูกหลอกขายโทรศัพท์มือถือ และโน๊ตบุ๊ค

รูปข่าว : ร้อง ศปอส.ตร.ถูกหลอกขายโทรศัพท์มือถือ และโน๊ตบุ๊ค

ผู้เสียหายกว่า 300 คนทั่วประเทศ ร้อง ศปอส.ตร. หลังถูกหลอกขายสินค้าผ่านเพจ FACEBOOK เช่น โทรศัพท์มือถือ Ipad โน๊ตบุ๊ค และกล้องถ่ายรูป รวมความเสียหายกว่า 4 แสนบาท

วันนี้ (5 พ.ย.2563) ตัวแทนผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปอส.ตร. หลังจากหลงเชื่อซื้อคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค, MacBook Pro, Ipad และกล้องถ่ายรูป โดยผู้ก่อเหตุแอบอ้างใช้ชื่อร้าน "ไอที โมบายช้อป "  ทราบภายหลังว่าผู้ก่อเหตุไปคัดลอกชื่อของร้านอื่นมา จากนั้นยังนำภาพของบุคคลอีกหลายคนมาเป็นโปรไฟล์  ซึ่งผู้ที่ถูกนำชื่อร้านและรูปภาพมาใช้ได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้วเช่นกัน


ส่วนพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุคนนี้มักเข้าไปอยู่ในกลุ่ม FACEBOOK ซื้อขายของมือสอง โดยประกาศขายสินค้าสภาพดี ราคาถูกพร้อมส่ง หลังผู้เสียหายโอนเงินไปแล้ว กลับไม่ได้รับสินค้าและติดต่อเจ้าของเพจไม่ได้ ผู้เสียหายจึงรวมตัวกันในเพจโดนโกง จึงพบว่าผู้ก่อเหตุมีชื่อร้านมาประมาณ 10 ชื่อ คาดว่าก่อเหตุมาตั้งแต่ปี2562 จนถึงปัจจุบัน รวมผู้เสียหายขณะนี้มีประมาณกว่า 300 คน ล่าสุดเมื่อต้นพฤศจิกายนที่ผ่านมายังมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นอีก


น.ส.เอ (นามสมมุติ) ตัวแทนผู้เสียหายเปิดเผยว่า กรณีของเธอเกิดเหตุเมื่อวันที่14 ต.ค.2563 โดยสนใจซื้อคอมพิวเตอร์ MacBook Pro มือสอง เพื่อนำมาใช้ทำงานด้าน Graphic Design จึงเห็นประกาศดังกล่าว ขายในราคา 27,000 บาท จึงแชทตกลงซื้อขายกัน ผู้เสียหายโอนเงินไป 2 ครั้ง คือวันที่ 14 ต.ค.2563 จำนวน 20,000บาท และวันที่ 20 ต.ค.2563 จำนวน 7,000 บาท  แต่พอโอนเงินทั้งหมดแล้วกลับติดต่อคนขายไม่ได้ ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความที่ สน.เตาปูน เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้อายัดบัญชีของผู้ก่อเหตุไว้แล้ว พบชื่อบัญชีเป็นหญิงชาวเมียนมา เปิดบัญชีอยู่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก มีเงินหมุนเวียนในบัญชีธนาคารจำนวนมาก จากนั้นพบเส้นทางการเงินโอนต่อไปยังชื่อของชายไทยคนหนึ่ง รวมกว่า 3แสนบาท หลังอายัดบัญชี พบว่ายังมีเงินเหลืออยู่ประมาณ 4 หมื่นกว่าบาท


ส่วนผู้เสียหายอีกคนซื้อ Ipad จากเพจปลอมชื่อร้านเดียวกัน โอนเงินไปทั้งหมด 9,500 บาท เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2563 แต่เป็นคนละบัญชี เปิดอยู่ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย  ซึ่งประเด็นนี้ทางผู้เสียหายจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวน สืบสวนว่าผู้ก่อเหตุตัวจริงเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ อีกทั้งก่อเหตุมานานกว่า 1 ปี ยังลอยนวลและก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้เสียหายจึงไม่อยากให้ไปก่อเหตุซ้ำอีก และขอให้กฎหมายลงโทษ

ขณะที่เจ้าหน้าตำรวจ ศปอส.ตร.กล่าวว่าเบื้องต้นจะรับเรื่องสอบปากคำตัวแทนผู้เสียหาย และจะนำเรื่องสู่การพิจารณาในการดำเนินการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป  ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อมูลเบาะแส หรือ การกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขสายด่วน ศปอส.ตร.1155 หรือ บก.ปอท. 02-142-2556 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

กลับขึ้นด้านบน