ครม.เศรษฐกิจไฟเขียวแก้ภัยแล้งเกษตรกรพื้นที่เสี่ยง 8.5 แสนไร่

ครม.เศรษฐกิจไฟเขียวแก้ภัยแล้งเกษตรกรพื้นที่เสี่ยง 8.5 แสนไร่

ครม.เศรษฐกิจไฟเขียวแก้ภัยแล้งเกษตรกรพื้นที่เสี่ยง 8.5 แสนไร่

รูปข่าว : ครม.เศรษฐกิจไฟเขียวแก้ภัยแล้งเกษตรกรพื้นที่เสี่ยง 8.5 แสนไร่

ครม.เศรษฐกิจไฟเขียวแก้ภัยแล้งเกษตรกรพื้นที่เสี่ยง 8.5 แสนไร่ คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เห็นชอบมาตรการแก้ปัญหาภัยแล้ง พื้นที่เสี่ยงในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 850,000 ไร่ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก (เอลนีโญ) ส่งผลให้สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงกว่าทุกปี

วันนี้ (24 มิ.ย.2558) ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันแถลงถึงมาตรการแก้ปัญหาภัยแล้งในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา 22 จังหวัด

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่าจากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรงกว่าทุกปี จึงขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด แต่ไม่ต้องตื่นตระหนก พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ประสบภัยเพื่อไม่ให้เกิดการแย่งน้ำ

ขณะที่นายปีติพงศ์ เปิดเผยว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง พบว่าในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา มีพื้นที่ 7,450,000 ไร่ เกษตรกรปลูกข้าวนาปีไปแล้ว 3,440,000 ไร่ ในจำนวนนี้พบว่ามีพื้นที่เสี่ยง 850,000 ไร่ที่ขาดแคลนน้ำ และยังไม่มีการเพาะปลูก 3,500,000 ไร่
 
โดยมีมาตรการเลื่อนการเพาะปลูกสำหรับผู้ยังไม่เพาะปลูก จากเดือนสิงหาคมเป็นเดือนกรกฎาคม การปลูกพืชใช้น้ำน้อยและมีอายุสั้นแทน เช่น ข้าวโพด ถั่วเขียว ที่มีความต้องการในตลาด การให้สินเชื่อเงินกับเกษตรกรที่เลิกปลูกข้าวถาวรและหันไปทำเกษตรผสมผสาน

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะหารือกระทรวงการคลัง เพื่อจัดหาสินเชื่อ รวมทั้งพิจารณายืดหนี้และพักชำระหนี้ของเงินต้นและดอกเบี้ย สำหรับกลุ่มที่เลื่อนการเพาะปลูกออกไปเรื่อยๆ หากฝนไม่ตกตามที่คาดไว้ในปลายเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้จะเร่งทำฝนหลวงโดยเน้นพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น

ด้าน พล.อ.ดาว์พงศ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุจะเร่งขุดบ่อบาดาล 880 บ่อ ในพื้นที่ 22 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ งบประมาณ 84,000,000 บาท ซึ่งจะช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำใช้เพื่อเพาะปลูกได้ประมาณ 130,000 ไร่

ส่วนนายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอาวกาศและภูมิสารสนเทศ กล่าวว่าจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก (เอลนีโญ) ส่งผลให้สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงกว่าทุกปี นับตั้งแต่ปี 2540 ที่เกิดปรากฎการณ์เอลนีโญรุนแรงมากที่สุดประวัติศาสตร์ ซึ่งกระทบหลายประเทศ เช่น จีน ไต้หวัน ทำให้ปริมาณฝนตกน้อยและเกิดภาวะแห้งแล้งอย่างรุนแรง
 
สำหรับสถานการณ์น้ำในขณะนี้ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ระบุว่าปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนหลักมีน้อย เพียง 1,067,000,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งกรมชลประทานได้ลดการระบายน้ำลงวันละ 5,000,000 ลูกบาศก์เมตร จากวันละ 33,000,000 ลูกบาศก์เมตร เหลือเพียง วันละ 28,000,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อให้มีน้ำอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศให้เพียงพอถึงวันที่ 10 ส.ค. หลังจากนั้นคาดว่าจะมีฝนตกและทำให้ปริมาณน้ำเพียงพอ


กลับขึ้นด้านบน