ตำรวจจัดกำลัง 34 กองร้อย รับมือชุมนุม 3 กลุ่ม พรุ่งนี้

ตำรวจจัดกำลัง 34 กองร้อย รับมือชุมนุม 3 กลุ่ม พรุ่งนี้

ตำรวจจัดกำลัง 34 กองร้อย รับมือชุมนุม 3 กลุ่ม พรุ่งนี้

รูปข่าว : ตำรวจจัดกำลัง 34 กองร้อย รับมือชุมนุม 3 กลุ่ม พรุ่งนี้

ตำรวจนครบาลจัดกำลังควบคุมฝูงชน 34 กองร้อย ดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุม 3 กลุ่มในวันพรุ่งนี้ เตรียมดำเนินคดีผู้ต้องหา 17 คน กรณีชุมนุมเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา

วันนี้ (13 พ.ย.2563) พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ย.) มีผู้ชุมนุม 3 กลุ่มในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มนักเรียนเลว นัดชุมนุมบริเวณหน้ากระทรวงศึกษาธิการ เริ่มตั้งแต่ 13.00 น. กลุ่มผู้หญิงปลดแอก จัดงานบริเวณแยกคอกวัว ตั้งแต่เวลา 16.00-19.00 น. และกลุ่มที่จัดกิจกรรมม็อบเฟสติวัล บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เริ่ม 14.00-24.00 น. ซึ่งขณะนี้ตำรวจได้รับแจ้งจัดการชุมนุมเพียงกลุ่มเดียว คือ กลุ่มผู้หญิงปลดแอก

ทั้งนี้ บช.น.จัดเจ้าหน้าที่ดูแล 3 โซน ได้แก่ ถนนราชดำเนินกลาง ตั้งแต่แยกพระบรมรูปทรงม้า แยก จปร. ไปจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย, อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยรอบไปจนถึงสนามหลวงและบริเวณโดยรอบ และอีกหนึ่งชุดดูแลกรณีมวลชนออกนอกพื้นที่ชุมนุม ขณะนี้ได้เตรียมกำลังตำรวจควบคุมฝูงชนไว้ 34 กองร้อย หรือ 5,100 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อย โดยที่ยังไม่มีการเตรียมสิ่งกีดขวางการจราจรมาไว้ควบคุมสถานการณ์ แต่จะมีกำลังของตำรวจตั้งแถวดูแลสถานการณ์ของทั้ง 3 กลุ่ม รวมทั้งระหว่างการเคลื่อนที่ไปตามจุดต่าง ๆ 

เอาผิด 17 คน คดีชุมนุม 8 พ.ย.

ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ พื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ ผู้ต้องหา 14 คน ความผิดฝ่าฝืน พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ และอีก 3 คน ความติดตาม พ.ร.บ.ความสะอาด ที่นำตู้ไปรษณีย์มาทำกิจกรรมบริเวณหน้าอาคารศาลฎีกา ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มาร้องทุกข์ไว้ที่ สน.ชนะสงครามแล้ว และหลังจากตรวจสอบเอกสารภายในตู้ไปรษณีย์แล้ว จะส่งให้ สน.สำราญราษฎร์ เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาแจ้งข้อหาอื่น ๆ

จ่อออกหมายเรียก 9 คน คดีป่วน ม.รามฯ

ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมที่ทำร้ายร่างกายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง พื้นที่ สน.หัวหมาก ขณะนี้ตำรวจพบผู้กระทำความผิด 11 คน จับตัวได้แล้ว 2 คน อีก 9 คน กำลังออกหมายเรียกตามภาพถ่ายที่ปรากฏ มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ยังไม่ทราบชื่อทั้ง 9 คน โดยจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้น ไปก่อความไม่สงบในบ้านเมือง

ส่วนกรณีที่สหภาพรถประจำทาง ขสมก. ได้ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับใช้รถโดยสารประจำทางกีดขวางเส้นทางในระหว่างการชุมนุม พล.ต.ต.ปิยะ ระบุว่า ได้หารือกับผู้อำนวยการ ขสมก.แล้ว ถึงการนำรถโดยสารประจำทางมาใช้ควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากเป็นหน่วยงานของรัฐเช่นเดียวกัน หากพบการทำลายทรัพย์สินของ ขสมก. ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งการชุมนุมในอดีตเมื่อมีการทำลายทรัพย์สิน ศาลก็ได้ลงโทษกับผู้ชุมนุมไปแล้ว

กลับขึ้นด้านบน