ส่ง "นกเงือก" ถูกยิงเจ็บสาหัส รักษาที่ชลบุรี

ส่ง "นกเงือก" ถูกยิงเจ็บสาหัส รักษาที่ชลบุรี

ส่ง "นกเงือก" ถูกยิงเจ็บสาหัส รักษาที่ชลบุรี

รูปข่าว : ส่ง "นกเงือก" ถูกยิงเจ็บสาหัส รักษาที่ชลบุรี

สัตวแพทย์เผยความคืบหน้าอาการนกเงือก​ถูกยิงบริเวณน้ำตกคีรีเพชร จ.ตราด ถูกส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน ต้องให้ยาประคองอาการ​ หลังพบบาดแผลทะลุโหนก​ ลำคอบิดผิดรูป​ อาการทั่วไปยังอ่อนแรง

วันนี้ (22 พ.ย.2563) นายอนุชา กระจายศรี​ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 เปิดเผยถึงกรณีนกเงือกถูกยิง หลังได้รับรายงานจากนายนิพนธ์ ภิญโญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จ.ตราด ว่า​ เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2563 เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง​ ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่า พบนกเงือกบาดเจ็บ บริเวณน้ำตกคีรีเพชร ชั้นที่ 1 จึงได้มอบให้เจ้าหน้าที่หน่วยฯ กช.3 (สลักเพชร) เข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าว

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

จากการตรวจสอบพบนกเงือกได้รับบาดเจ็บ คาดว่าถูกยิง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จึงนำนกเงือกมาส่งที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง และเจ้าหน้าที่ได้ส่งต่อสถานพยาบาลสัตว์เกาะช้าง บ้านคลองพร้าว ม.4 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ขณะนำส่งต่อไปรักษา นกเงือกมีบาดแผลบริเวณลำคอและโหนกศีรษะ โดยนายพรหมชนะ​ บุญล้อม ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุและผู้กระทำผิดต่อไป

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 พ.ย.2563 ได้ประสานงาน​ สพ.ญ.ชญานิศ ประสานวงศ์ สัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สบอ.2 (ศรีราชา) เพื่อส่งมอบนกเงือกบาดเจ็บตรวจรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน จ.ชลบุรี เนื่องจากมีเครื่องมือที่ครบและทันสมัย

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

เบื้องต้นพบว่า นกเงือกอาการอ่อนแรง ยังตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ มีบาดเเผลบริเวณโหนกเป็นร่องรอยทะลุ ลำคอบิดผิดรูปและไม่สามารถทรงตัวได้​ สัตวแพทย์ได้ให้ยาลดปวดประคองอาการ ใช้ผ้าปูรองประคองตัวนก ปิดตาเพื่อลดอาการตื่นตกใจและลดการดิ้นกระแทก ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายกับตัวนกได้

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

 

กลับขึ้นด้านบน