นายกฯ โต้กระแสปฏิวัติ - กฎอัยการศึก คาดปล่อยข่าวหวังระดมคน

นายกฯ โต้กระแสปฏิวัติ - กฎอัยการศึก คาดปล่อยข่าวหวังระดมคน

นายกฯ โต้กระแสปฏิวัติ - กฎอัยการศึก คาดปล่อยข่าวหวังระดมคน

รูปข่าว : นายกฯ โต้กระแสปฏิวัติ - กฎอัยการศึก คาดปล่อยข่าวหวังระดมคน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังการประชุม ครม. โต้กระแสปฏิวัติ - กฎอัยการศึก คาดเป็นข่าวหาเรื่องระดมคน ขอกลุ่มผู้ชุมนุมทุกฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรง พร้อมดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนไม่เลือกปฏิบัติ

วันนี้ (23 พ.ย.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังการประชุม ครม. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยตอบคำถามถึงการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายที่เผชิญหน้ากัน ระบุว่า ใครชุมนุมก็ต้องเคารพกฎหมาย เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานจากกล้องวงจรปิดไว้ทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีกับทั้ง 2 ฝ่าย

ไม่เคยเลือกปฏิบัติ ใครก็สามารถชุมนุมได้ ไม่ใช่แค่ 2-3 ฝ่าย แต่เมื่อชุมนุมแล้วต้องไม่ตีกัน เจ้าหน้าที่ก็ต้องดูแล รัฐบาลพยายามทำให้เกิดความสงบมากที่สุด

ส่วนกรณีคำสั่งของสภาความมั่นคงแห่งชาติให้ระวังการระดมมวลชน นายกฯ ชี้แจงว่า ทุกหน่วยงานต้องประเมินแผนงานความมั่นคงเป็นปกติอยู่แล้ว เพื่อความสงบสุขของประเทศ หลายข่าวเป็นการส่งข้อมูลผ่านโซเชียลซึ่งบิดเบือนทั้งหมด เพื่อสร้างความขัดแย้ง ให้คนที่ต่อต้านมาสู่กัน

ผมไม่เห็นด้วย และหามาตรการไม่ให้ทะเลาะกัน หรือปะทะกัน บางครั้งก็เหมือนต้องการปะทะ ไม่ใช่แค่ปะทะเจ้าหน้าที่ แต่ปะทะกับผู้ชุมนุมด้วย ที่ผ่านมาก็เคยมีบทเรียนมาแล้ว ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก

สำหรับม็อบชนม็อบเพื่อสร้างความเงื่อนไข ในฐานะนายกฯ ไม่อยากให้คนไทยมาฆ่าแกงกัน การแพร่ระบาดของ COVID-19 ก็มีปัญหามากอยู่แล้ว ประชาชนบางส่วนก็ยังต้องทำมาหากินกันอยู่ ส่วนรัฐบาลก็พยายามทำให้ทุกกลุ่มอยู่ในความสงบ แต่ต้องอาศัยกฎหมายด้วย เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสการปฏิวัติและการออกกฎอัยการศึก นายกรัฐมนตรีตอบว่า

ปฏิวัติ กฎอัยการศึก มีใครประกาศได้ไหมตรงนี้ ใครจะประกาศได้ ในเมื่อผมไม่ประกาศ ใครจะประกาศ คนที่กล่าวอ้างประกาศเองได้หรือ ไม่เห็นมีใครเขาจะประกาศ ชอบหาเรื่องระดมคนอยู่นั่นแหละ 

 

บช.น.เตือนชุมนุมเคารพกฎหมาย 25 พ.ย.นี้ 

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงสถานการณ์การชุมนุมที่จะมีขึ้นของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า คณะราษฎร บริเวณสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ วันที่ 25 พ.ย.นี้ว่า ขอให้ผู้ชุมนุมปฎิบัติตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะอย่างเคร่งครัด

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ยืนยันว่าการปฎิบัติงานของตำรวจที่ผ่านมา ไม่ได้ใช้อาวุธ หากเกิดความรุนแรงขึ้น คาดว่าน่าจะเกิดจากผู้ชุมนุม เพราะตำรวจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับประชาชน ปฎิบัติหน้าที่ปกป้องดูแลความปลอดภัยตามอำนาจเท่านั้น โดยเบื้องต้น ยังไม่ได้วางแผนจัดกำลังเจ้าหน้าที่รอบบริเวณสำนักงานทรัพย์ส่วนพระมหากษัตริย์ ต้องประเมินจำนวนผู้มาชุมนุมอีกครั้ง รวมทั้งพื้นที่สำนักงานส่วนทรัพย์สินพระมหากษัติร์ยเป็นพื้นที่เขตพระราชฐาน ควรจัดกิจกรรมภายในรัศมี 150 เมตร


ส่วนกรณีเหตุการณ์ กลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 ฝั่งปะทะกัน บริเวณแยกเกียกกายเมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปละละเลย เพราะวันนั้นพอทราบเหตุก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ขับรถบรรทุกกำลังพลไปขวางเหตุปะทะ และเจ้าหน้าที่ไม่มีอาวุธติดตัว

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินคดีออกหมายจับผู้ชุมนุม ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจดำเนินคดีทั้งสิ้น 107 คดี ส่งสำนวนพิจารณาแล้ว 24 คดี และอยู่ระหว่างเตรียมส่งอีก 9 คดี ขณะนี้กำลังสืบสวนพิสูจน์ทราบ ดำเนินคดีตามพยานหลักฐานในส่วนผู้กระทำผิดที่เหลือ

 

กลับขึ้นด้านบน