พนักงาน 2,000 คน ติด COVID-19 มาเลย์จ่อปิดโรงงานถุงมือยาง

พนักงาน 2,000 คน ติด COVID-19 มาเลย์จ่อปิดโรงงานถุงมือยาง

พนักงาน 2,000 คน ติด COVID-19 มาเลย์จ่อปิดโรงงานถุงมือยาง

รูปข่าว : พนักงาน 2,000 คน ติด COVID-19 มาเลย์จ่อปิดโรงงานถุงมือยาง

มาเลเซียรายงานการพบผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่มากที่สุด นับตั้งแต่เริ่มพบการแพร่ระบาดในประเทศ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดในสถานที่ทำงาน ขณะที่ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่ที่สุดของโลกเตรียมปิดโรงงานครึ่งหนึ่งของทั้งหมด หลังพบพนักงานติด COVID-19 เกือบ 2,500

วันนี้ (24 พ.ย.2563) บริษัททอป กลัฟ ผู้ผลิตถุงมือยางเจ้าใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตั้งอยู่ในมาเลเซีย ประกาศที่จะทยอยปิดโรงงาน 28 แห่ง จากทั้งหมด 41 แห่ง ในเร็วๆ นี้ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 หลังจากการตรวจหาเชื้อพนักงานประมาณ 5,800 คน พบว่า มีพนักงานติดเชื้อ 2,453 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติที่มาจากประเทศเนปาลและอาศัยรวมกันในหอพักที่มีสภาวะแออัด

 


เจ้าหน้าที่มาเลเซีย ระบุว่า การแพร่ระบาดเป็นกลุ่มตามสถานที่ทำงานที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ทำให้เมื่อวานนี้มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้น 1,884 คน ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุด นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ภายในประเทศ โดยพบว่าอัตราการติดเชื้อส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ที่มีโรงงานของบริษัทถุงมือยางแห่งนี้ตั้งอยู่ ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อสะสมในมาเลเซียเพิ่มขึ้นกว่า 56,000 คนแล้ว

 


สำหรับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ปีนี้บริษัททอป กลัฟ มีผลกำไรสูงมากเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากมีความต้องการอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันโรคที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ขณะเดียวกันบริษัทก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากปัญหาสิทธิแรงงาน เนื่องจากมีการใช้แรงงานอย่างหนัก แต่มีค่าตอบแทน คุณภาพชีวิตแรงงานต่ำ และมีเงื่อนไขการทำงานของแรงงานต่างชาติ ที่มักถูกเรียกเก็บค่าหัวราคาแพงเพื่อมาทำงานในบริษัทดังกล่าว

 

 

กลับขึ้นด้านบน