พบ "เสือลายเมฆ" ครั้งแรกในรอบ 20 ปี แถบป่าเทือกเขาพนมดงรัก

พบ "เสือลายเมฆ" ครั้งแรกในรอบ 20 ปี แถบป่าเทือกเขาพนมดงรัก

พบ "เสือลายเมฆ" ครั้งแรกในรอบ 20 ปี แถบป่าเทือกเขาพนมดงรัก

รูปข่าว : พบ "เสือลายเมฆ" ครั้งแรกในรอบ 20 ปี แถบป่าเทือกเขาพนมดงรัก

พบเสือลายเมฆครั้งแรก​ในรอบ​ 20​ ปี แถบป่าเทือกเขาพนมดงรัก​ ตอกย้ำความสำเร็จด้านการลาดตระเวนเพื่อคุ้มครองพื้นที่ป่า​ รวมถึงการจัดการพื้นที่ทุ่งกบาลกะไบตามโครงการปล่อยสัตว์ป่า คืนวนาเพื่อป่าสมบูรณ์​

วันนี้ (27 พ.ย.2563) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร​ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 เปิดเผยว่า​ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนสำรวจและติดตามความหลากหลายทางสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ขสป.พนมดงรัก ได้ดำเนินการเก็บกล้องดักถ่าย Camera Tap ซึ่งติดตั้งดักถ่ายไว้ระหว่างวันที่ 1-24 พ.ย. 2563 พบสัตว์ป่าที่สำคัญปรากฎในกล้องดักถ่าย อาทิ เสือลายเมฆ กวาง เนื้อทราย​ เก้ง​ หมูหริ่ง แมวดาว หมาไน​ หมาจิ้งจอก นกโกโรโกโส และนกยางลายเสือ​ เป็นต้น

ภาพ : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

นายชัยวัฒน์​ กล่าวว่า​สัตว์ที่พบเป็นชนิดสัตว์ป่าที่พบใหม่ 1 ชนิด คือ เสือลายเมฆ พบในบริเวณเส้นทางเข้าทุ่งกบาลกะไบ ซึ่งทุ่งกบาลกะไบในปัจจุบันนับแต่มีการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติตั้งแต่ปี 2558 สัตว์ป่าที่ปล่อยได้รับการดูแล โดยมีการจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งน้ำ แหล่งอาหารที่เพียงพอแก่สัตว์ป่า และนำไปสู่การแพร่พันธุ์ตามธรรมชาติ และสัตว์ป่าเพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยเริ่มจากสัตว์ผู้ล่าขนาดเล็ก อาทิ หมาไน หมาจิ้งจอก แมวดาว เข้ามาอาศัยในพื้นที่เพื่อล่าสัตว์ที่อ่อนแอเป็นอาหาร จนกระทั่งในวันนี้พื้นที่ป่าอนุรักษ์ ขสป.พนมดงรัก พบ “เสือลายเมฆ” ซึ่งเป็นสัตว์ผู้ล่าขนาดกลางเข้ามาอาศัยในพื้นที่ 

ภาพ : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ภาพ : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

​เสือลายเมฆเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้จะสูญพันธุ์ในประเทศไทย โดยให้ป่าแถบนี้ไม่เคยพบมาก่อน ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี นับจากจากการสู้รบกันในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา

นอกจากนี้ยังถือเป็นครั้งสำคัญซึ่งทำให้พิสูจน์ได้ว่า “โครงการปล่อยสัตว์ป่า คืนวนาเพื่อป่าสมบูรณ์” ประกอบกับ “การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ smart patrol” ที่ได้มีกำชับให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด ช่วยให้สัตว์ป่าเหล่านี้รอดพ้นจากภัยคุกคาม และนำมาซึ่งความหลากหลายทางสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอีกครั้ง

 

 

กลับขึ้นด้านบน