"ราชกิจจานุเบกษา" รายงานหนี้สาธารณะไทยพุ่ง 7.8 ล้านล้านบาท

"ราชกิจจานุเบกษา" รายงานหนี้สาธารณะไทยพุ่ง 7.8 ล้านล้านบาท

"ราชกิจจานุเบกษา" รายงานหนี้สาธารณะไทยพุ่ง 7.8 ล้านล้านบาท

รูปข่าว : "ราชกิจจานุเบกษา" รายงานหนี้สาธารณะไทยพุ่ง 7.8 ล้านล้านบาท

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องรายงานสถานะหนี้สาธารณะ วันที่ 30 ก.ย.63 พบไทยมียอดหนี้สาธารณะคงค้าง 7,848,155.88 ล้านบาท

วานนี้ (27 พ.ย.2563) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องรายงานสถานะหนี้สาธารณะ วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือน เม.ย.- ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วย พ.ร.บ.การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 16 วรรค 2 กำหนดให้กระทรวงการคลัง สรุปรายงานสถานะของหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน 60 วัน หลังจากวันสิ้นเดือน มี.ค.และเดือน ก.ย. ของทุกปี

โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ วันสิ้นเดือนดังกล่าว รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือน ต.ค.-มี.ค. และเดือน เม.ย.-ก.ย.ตามลำดับ กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา 2563 และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือน เม.ย.-ก.ย.นี้ 

1.รายงานสถานะหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 30 ก.ย. 2563 ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 30 ก.ย.นี้ มีจำนวน 7,848,155.88 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 49.34 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โดยเป็นหนี้รัฐบาล 6,734,881.76 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจ 795,980.29 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ท้าธุรกิจให้กู้ยืมเงิน ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ และธุรกิจประกันสินเชื่อ (รัฐบาลค้้าประกัน) จำนวน 309,472.36 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ จำนวน 7,821.47 ล้านบาท

หนี้สาธารณะแบ่งตามอายุเงินกู้คงเหลือจะเป็นหนี้ระยะยาว เป็นหนี้ที่จะครบกำหนดชำระเกินกว่า 1 ปี  6,770,098.48 ล้านบาท หรือร้อยละ 86.26 และหนี้ระยะสั้นที่จะครบกำหนดชำระภายในไม่เกิน 1 ปี 1,078,057.40 ล้านบาท หรือร้อยละ 13.74 ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง

ทั้งนี้ หนี้สาธารณะคงค้าง จำนวนทั้งสิ้น 7,848,155.88 ล้านบาท ประกอบด้วย หนี้ต่างประเทศ จำนวน 139,390.11 ล้านบาท หรือร้อยละ 1.78 และหนี้ในประเทศ จำนวน 7,708,765.77 ล้านบาท หรือร้อยละ 98.22 ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน