นายกฯ ยืนยันเคารพการตัดสินคดีบ้านพัก 2 ธ.ค.นี้

นายกฯ ยืนยันเคารพการตัดสินคดีบ้านพัก 2 ธ.ค.นี้

นายกฯ ยืนยันเคารพการตัดสินคดีบ้านพัก 2 ธ.ค.นี้

รูปข่าว : นายกฯ ยืนยันเคารพการตัดสินคดีบ้านพัก 2 ธ.ค.นี้

นายกรัฐมนตรี เผยยังไม่ได้เตรียมแผนใดสำหรับการวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญในคำร้องบ้านพักทหาร วันที่ 2 ธ.ค.นี้ ยืนยันเคารพการตัดสิน

วันนี้ (30 พ.ย.2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า ในการประชุมวันนี้ ได้สรุปความก้าวหน้าการทำงานของกระทรวงกลาโหม โดยมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาร่วมประชุมด้วยในฐานะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และหารือการเตรียมวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ที่เหล่าทัพจัดงานร่วมกัน

ส่วนวันที่ 2 ธ.ค.นี้ ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ชี้ขาดคำร้องบ้านพักทหาร นายกรัฐมนตรีย้ำว่าเป็นเรื่องวินิจฉัยของศาล ขออย่าคาดเดา ส่วนตัวไม่ได้กังวลหรือคิดอะไรมากให้เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม ยืนยันเคารพในกระบวนการยุติธรรมทุกประการ ไม่ว่าจะตัดสินมาอย่างไร ยังไม่ได้เตรียมแผนใดรองรับ และไม่ได้หารือใน ครม. หากผลวินิจฉัยออกมาทางลบ มั่นใจตัดสินใจได้ง่าย รอผลออกมาก่อนค่อยคิด เพราะทุกอย่างมีคิดระยะสั้น ระยะยาว

มั่นใจทำดีไม่กลัวอาถรรพ์บ้านพิษณุโลก

ส่วนบ้านพักนายกรัฐมนตรีบ้านพิษณุโลก ตอนนี้ยังซ่อมแซมอยู่ ส่วนจะไปอยู่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีขอพิจารณาความเหมาะสม โดยเห็นว่าใหญ่โตเกินไป ส่วนอาถรรพ์ที่มีกระแสข่าวนั้นมั่นใจไม่มีอะไร เพราะทำความดีไม่ต้องกลัวอะไร พระก็ไหว้ คล้องด้วย อยู่ที่ใจด้วย และถ้าเราทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิจะคุ้มครอง และอยู่มาทุกวันนี้เชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ เพราะตั้งใจทำเพื่อประเทศให้ก้าวหน้า ยืนยันระมัดระวังที่สุดไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หรือการทุจริต หรือผลประโยชน์ส่วนตน เพราะรู้แก่ใจและละอายเกรงกลัวต่อบาป "หิริโอตัปปะ"

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันพร้อมออกจากที่พักปัจจุบัน หากกองทัพไม่ให้อยู่ และมีบ้านนอกพื้นที่กองทัพ แต่มีพื้นที่จำกัด จึงต้องดูหลายๆ อย่าง รู้แม้ไม่มีใครมาทำร้ายและตามมาตรการดูแลผู้นำก็ต้องมี และกรณีที่มีการนัดชุมนุมที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะอาจผิดกฎหมายและศาลเคยมีคดีในลักษณะนี้มาแล้ว และมีการประกาศระเบียบของศาลด้วย ขอให้นะมัดระวัง

รับฟังความเห็นจากม็อบ - กระแสสังคม

ส่วนกระแสข่าวว่าสังคมเอือมระอาต่อม็อบ พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่ารับฟังความเห็นทั้ง 2 ทางทั้งม็อบ กระแสสังคม หรือความเห็นคนส่วนใหญ่หรือส่วนน้อยเองก็ตาม และขอให้สื่อเข้าใจกรณีที่รัฐบาลบอกว่าจะดำเนินการเด็ดขาดนั้นคือการทำตามกระบวนการของกฎหมาย, ตำรวจ, อัยการ และศาล เพื่อทำให้ประชาชนเกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสินทั้งม็อบและผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน จึงขอให้ระมัดระวังการสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นด้วย เช่น การไปชุมนุมที่พื้นที่ปิด มากกว่าการไปชุมนุมบนถนน ทำให้การจราจรติดขัด

ทั้งนี้ การชุมนุมฝ่ายความมั่นคงก็ตรวจสอบมาตลอด ส่วนการปราศรัยของผู้ชุมนุมว่าไม่จบที่การลาออกของนายกรัฐมนตรี สุดแล้วแต่ผู้ชุมนุม แต่ขอให้รับผิดชอบการกระทำด้วย โดยไม่ขอแสดงความเห็นการขับเคลื่อนการชุมนุมของกลุ่มราษฎร

สำหรับการทำหน้าที่สื่อ ขอให้นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลางและสื่อเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ เช่น กรณีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีฯ เสด็จเยี่ยมประชาชน สื่อใส่รูปนิดเดียว แต่ผู้ชุมนุมในรูปเต็มหน้าเลย เหมาะสมหรือไม่ หรืออย่าสร้างข้อมูลให้เกิดความขัดแย้งกัน ขยายความรุนแรงการเมือง และห่วงการทำข่าวของผู้สื่อข่าว ท่ามกลางการชุมนุม ขอให้ดูแลระมัดระวังตัวเองด้วย ยืนยันเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว และการบุกรุกเข้าไปพื้นที่หวงห้ามเป็นการละเมิด

อย่าตระหนกพบป่วย COVID-19 เพิ่ม

สำหรับเศรษฐกิจไทย นายกรัฐมนตรี ย้ำให้นโยบายไปจำนวนมาก อันไหนที่ประชาชนพอใจทำต่อ พร้อมกับหามาตรการอื่นเพิ่มด้วยให้เศรษฐกิจเดินหน้า และแม้พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก ยืนยันรัฐบาลควบคุมดูแลได้ และฝากสังคมช่วยดูแลกรณีคนที่ไปอยู่พื้นที่เสี่ยงลักลอบเข้าประเทศ ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในกรุงเทพฯ ดูแลการชุมนุม ขอให้อดทน โดยได้สั่งการให้ดูแลตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่ทั้งเรื่องเบี้ยเลี้ยง ขอให้เบิกให้ทันเวลา เพราะรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้อยู่แล้ว น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ต้องเดินทางมาจากต่างจังหวัด เพราะไม่สามารถรวมกำลังในกรุงเทพฯ ได้

กลับขึ้นด้านบน