โฆษก กห.ชี้ไม่มีมูล - เหตุการณ์เกิดรัฐประหาร

โฆษก กห.ชี้ไม่มีมูล - เหตุการณ์เกิดรัฐประหาร

โฆษก กห.ชี้ไม่มีมูล - เหตุการณ์เกิดรัฐประหาร

รูปข่าว : โฆษก กห.ชี้ไม่มีมูล - เหตุการณ์เกิดรัฐประหาร

โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันไม่มีมูลและเหตุการณ์ที่จะเกิดรัฐประหาร ขออย่าขยายความ ทำให้เข้าใจผิดในสังคม เกิดความหวาดระแวง ขณะที่รัฐบาลเตรียมจัดกิจกรรมวันน้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ และวันชาติ ระหว่างวันที่ 1-6 ธ.ค.นี้ บริเวณถนนสนามไชย

วันนี้ (30 พ.ย.2563) พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมว่า ที่ประชุมเห็นชอบการแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาทหารผ่านศึก โดยตั้งรองผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และแต่งตั้งทหารผ่านศึกนอกราชการ 5 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบนโยบายเรื่องจัดกิจกรรมวันน้อมรำลึกวันพ่อแห่งชาติ และวันชาติ วันที่ 5 ธ.ค.2563 ให้สนับสนุนรัฐบาลจัดกิจกรรม เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันคล้ายพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร หรือในหลวง รัชกาลที่ 9 บริเวณถนนสนามไชยถึงสวนสราญรมย์ ระหว่างวันที่ 1-6 ธ.ค.นี้ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งการหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม สนับสนุนการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ครั้งที่ 14 ในวันที่ 9-10 ธ.ค. ที่เวียดนาม โดยจะประชุมผ่านระบบออนไลน์ กำชับให้เตรียมข้อมูลครบทุกมิติในการแลกเปลี่ยนมุมมองของภูมิภาค และสนับสนุนด้านทหาร อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ และป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ พร้อมผลักดันความร่วมมือเดิมและกรอบความร่วมมือใหม่

จับมือ "อาเซียน" ในหลายประเด็น

ขณะเดียวกัน กรณีที่อาเซียนจะอาศัยความร่วมมือในการผนึกเสถียรภาพด้วย โดยเฉพาะความร่วมมือป้องกันโรคอุบัติใหม่ ภัยคุกคามไซเบอร์ การต่อต้านก่อการร้าย ภัยคุกคามทางทะเล และการรับมือภัยพิบัติ ยังกำชับติดตามนโยบายของสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้ง ทั้งด้านความมั่นคงทางทหาร เพื่อส่งเสริมการยกระดับความร่วมมือในอนาคต โดยยึดความแกนกลางอาเซียนและผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว

ส่วนการคงมาตรการเข้มข้นการป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19 โดยย้ำผู้บัญชาการเหล่าทัพ เฉพาะพื้นที่ชายแดนด้านตะวันตกติดเมียนมา เพิ่มความถี่การลาดตระเวน การข่าวลักลอบเข้าเมือง สั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้องหรืออยู่เบื้องหลังขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยสาธารณภัย และช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เหล่าทัพสนับสนุนรัฐบาล ร่วมกับหน่วยงานรัฐร่วมมือกันแก้ปัญหาภัยแล้ง ฝุ่นละออง การบริหารจัดการน้ำ

แก้ปัญหายาเสพติด - ตัดวงจรอุบาทว์

นายกรัฐมนตรีสั่งย้ำการแก้ปัญหายาเสพติดวาระแห่งชาติที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ต้องตัดวงจรนี้ เพราะสถานการณ์ปัจจุบันมีการลักลอบการผลิตมากขึ้นและลักลอบนำเข้ามากขึ้น เพราะความต้องการในประเทศยังมีอยู่ ยังมีการเสพในประเทศและการส่งออกไปประเทศที่ 3 โดยได้ขอบคุณ ป.ป.ส.และฝ่ายปกครองที่ป้องกันสกัดกั้นอย่างจริงจัง ตามชายแดนและพื้นที่ชั้นใน ย้ำว่าต้องไม่มีข้าราชการทุกหน่วยและทหารเข้าไปเกี่ยวข้องเด็ดดาด และให้สืบเส้นทางการเงินนำไปสู่จับกุมเครือข่ายยึดทรัพย์ทุกกรณีไม่มียกเว้น

ส่วนการปกครองวินัยทหาร ย้ำการปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้เป็นตัวอย่าง ยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล ปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดี ห้ามใช้การลงโทษทางวินัยที่รุนแรงและการกระทำที่เกินกว่าเหตุโดยเด็ดขาด ให้กำกับดูแลเจ้าหน้าที่เรือนจำทหารให้ดูแล เพิ่มกล้องวงจรปิด ห้ามลงโทษทางทหารที่ไม่เป็นธรรมนอกแบบทะเบียนทหาร

ปฏิรูปกองทัพ - ปรับขนาดให้เหมาะสม

ส่วนการแจ้งเพื่อทราบการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีป้องกันประเทศ นายกรัฐมนตรีกำชับทุกเหล่าทัพ สำรวจสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคง มองไปข้างหน้า เร่งพัฒนาขับเคลื่อนปฏิรูปกองทัพ ทั้งโครงสร้างกำลังพล งบประมาณ การบริหารจัดการ ให้กองทัพมีขนาดเหมาะสม ทันสมัย รองรับสภาพแวดล้อมของโลก ภูมิภาค ให้นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะสมว่าจะสร้างหรือซื้อ

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงจะดูแลการชุมนุมให้เกิดความสมดุล และการชุมนุมที่เป็นไปตามสิทธิเสรีภาพ แต่ควรแจ้งให้ถูกต้อง จะได้ไม่กระทบเสรีภาพผู้อื่นและประโยชน์สาธารณะ และยึดใช้กฎหมายปกติ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ยึดหลักสากลไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย ติดตามด้วยความเข้าใจและปฏิบัติงานด้วยความอดทนต่อการยั่วยุ ยืนยันทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ยังยืนยันไม่มีรัฐประหาร ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพย้ำตรงกันตลอด ชี้ไม่มีมูลและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในลักษณะนี้ ขออย่าขยายความ ทำให้เข้าใจผิดในสังคม เกิดความหวาดระแวง

มองการชุมนุมเป็นการพัฒนาการเมือง

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วมองว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นเป็นพัฒนาการทางการเมือง การมีส่วนร่วมของสังคมเป็นการเรียนรู้ทำความเข้าใจร่วมกัน หากช่วยกันพัฒนาในเชิงบวกต่อชาติ ประเทศจะก้าวผ่านเหตุการณ์อย่างแข็งแรง

 

กลับขึ้นด้านบน