ทส.สั่งทุกจังหวัดตรวจหมึกบลูริงโผล่เสียบไม้ขาย

ทส.สั่งทุกจังหวัดตรวจหมึกบลูริงโผล่เสียบไม้ขาย

ทส.สั่งทุกจังหวัดตรวจหมึกบลูริงโผล่เสียบไม้ขาย

รูปข่าว : ทส.สั่งทุกจังหวัดตรวจหมึกบลูริงโผล่เสียบไม้ขาย

ทส.สั่งสแกนหมึกบลูริง สัตว์ทะเลมีพิษทั่วทุกจังหวัด หลังเจอหมึกพิษโผล่เสียบไม้ขายตลาดนัดพื้นที่ จ.ปทุมธานี และก่อนหน้าเคยเจอ จ.ตาก เร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจทั้งผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว ประชาชนวงกว้าง

กรณีพบหมึกบลูริงเสียบไม้ปิ้งขายในตลาดนัดพื้นที่ จ.ปทุมธานี วันนี้ (1 พ.ย.2563) นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าว่าหมึกบลูริงมีพิษที่รุนแรงถึงชีวิต จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้ประชาชนหากพบเห็นรีบหลีกเลี่ยง ห้ามสัมผัสและบริโภคเด็ดขาด และเตรียมประสานทุกจังหวัดทั่วประเทศช่วยประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว และประชาชน หากพบเห็นให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันที

เบื้องต้นให้นักวิชาการที่ศึกษาด้านชีววิทยาสัตว์ทะเลที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับหมึกบลูริง จัดทำสื่อการเรียนรู้และข้อมูลประกอบ เพื่อการประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนทุกคนทราบ ควบคู่กับเร่งประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้นทุกรูปแบบและกระจายทั่วทั้งประเทศ เนื่องจากเคยพบหมึกบลูริงเสียบไม้ปิ้งขายลักษณะนี้ในพื้นที่จ.ตาก

สำหรับหมึกบลูริงเป็นหมึกจำพวกเดียวกับหมึกยักษ์ มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก จะพบได้ในทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน รวมทั้ง ทะเลแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสัตว์ที่อาศัยบริเวณผืนทรายใต้ท้องน้ำและแนวปะการัง เคยมีรายงานพบคนได้รับพิษจากหมึกบลูริง ส่วนมากจะติดมากับเครื่องมือประมงและการแอบเลี้ยงของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์ทะเลแปลกสวยงาม ซึ่งกรมประมงได้ประกาศห้ามไม่ให้เลี้ยงหรือนำเข้าหมึกชนิดนี้แล้ว แต่ยังพบมีลักลอบนำเข้า

นายโสภณ กล่าวว่า ทั้งนี้นายวราวุธ ศิลปอาชารมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ยังได้กำชับให้ขยายผลไปยังสัตว์ทะเลมีพิษอื่นๆที่อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตด้วย เช่น ปลาปักเป้า แมงกระพรุน ที่มีนำมาบริโภคในปัจจุบัน ดังนั้นจึงขอฝากเตือนประชาชนทุกคนที่พบเห็นหมึกที่มีลักษณะคล้ายหมึกยักษ์ แต่มีขนาดเล็กและมีลายวงสีน้ำเงินเด่นชัด ห้ามสัมผัสหรือบริโภคเด็ดขาด แม้จะผ่านกรรมวิธีด้วยความร้อนแล้ว เนื่องจากพิษชนิดนี้สามารถทนความร้อนได้มากกว่า 200 องศาเซลเซียส 

ทั้งนี้ เมื่อพบเห็นในธรรมชาติให้พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสและพบมีการจำหน่ายทั้งแบบยังมีชีวิตหรือขายเป็นอาหารตามท้องตลาด หรือไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ ควรแจ้งหน่วยงานกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทั่วประเทศ หรือแจ้งสายด่วน GREEN CALL 1310 เพื่อส่งเจ้าหน้าที่มีความรู้ความชำนาญไปตรวจสอบต่อไป

ทำความรู้จักกันหมึกสายวงน้ำเงิน "หมึกบลูริง”

สำหรับหมึกสายวงน้ำเงิน หรือหมึกบลูริง (Blue-ringed octopus) เป็นหมึกยักษ์จำพวกหนึ่งแต่มีขนาดเล็ก ขนาดตัวเต็มวัยมีความยาวลำตัวประมาณ 4-5 เซนติเมตรมี 8 หนวด แต่ละหนวดยาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร หมึกสายวงน้ำเงินมีจุดเด่นที่ต่างจากหมึกทั่วไปตรงที่มีลวดลายเป็นวงแหวนสีน้ำเงิน กระจายตามลำตัวและหนวด มีสารพิษที่มีความร้ายแรงมากผสมอยู่ในน้ำลาย ผู้ที่ถูกกัดอาจตายได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง จึงนับเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำที่มีพิษร้ายแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก สารพิษของหมึกสายวงน้ำเงินนั้น เรียกว่าเตโตรโดท็อกซิน (Tetrodotoxin) ผู้ป่วยที่ได้รับพิษจากเตโตรโดท็อกซินมีอัตราตายสูงถึงร้อยละ 50-60 แต่ถ้าผู้ป่วยยังมีชีวิตรอดหลังได้รับพิษแล้ว 24 ชั่วโมง จะพบว่ามีอัตราการรอดชีวิตได้มากขึ้น พิษที่เกิดจากหมึกสายวงน้ำเงินกัดจะเกิดอย่างรวดเร็วภายใน 5 นาทีหลังถูกกัด

ลักษณะอาการเริ่มจากการชาบริเวณริมฝีปาก ลิ้น ต่อมาชาบริเวณใบหน้า แขนขาและเป็นตะคริวในที่สุด น้ำลายไหลคลื่นไส้ อาเจียน มีอาการท้องเสียร่วมกับปวดท้อง ซึ่งอาการปวดท้องจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นกล้ามเนื้อจะเริ่มทำงานผิดปกติ อ่อนแรง ในผู้ป่วยที่ได้รับพิษปริมาณมาก ระบบประสาทส่วนกลางจะไม่ทำงาน หายใจไม่ออกเนื่องจากกล้ามเนื้อกะบังลมและหน้าอกไม่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถนำอากาศเข้าสู่ปอดได้ ผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 4-6 ชั่วโมงแต่ก็มีรายงานการเสียชีวิตเร็วที่สุดหลังจากได้รับพิษไปเพียง 20 นาทีเท่านั้น

กลับขึ้นด้านบน