ชาวยะลาทยอยคืนตั๋วรถไฟ หลังน้ำท่วมหลายพื้นที่

ชาวยะลาทยอยคืนตั๋วรถไฟ หลังน้ำท่วมหลายพื้นที่

ชาวยะลาทยอยคืนตั๋วรถไฟ หลังน้ำท่วมหลายพื้นที่

รูปข่าว : ชาวยะลาทยอยคืนตั๋วรถไฟ หลังน้ำท่วมหลายพื้นที่

ประชาชนในจังหวัดยะลา ทยอยคืนตั๋วรถไฟที่จะเดินทาง ภาคใต้ตอนบน และภาคกลาง หลังมีน้ำท่วมในหลายจังหวัด ขณะที่วัดคลองคล้า อ.ควนเนียง จ.สงขลา ถูกน้ำท่วมจมทั้งวัดลึกกว่า 1 ม. ชาวบ้านต้องนำอาหารไปถวายพระสงฆ์ที่ถูกน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สงขลา ล่าสุด น้ำยังท่วมขยายวงกว้างในหลายอำเภอ พระสงฆ์ที่วัดคลองคล้า ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่1 ต.บางเหรียง อ.ควนเนียง จ.สงขลา ถูกน้ำท่วมจมทั้งวัดและลึกกว่า 1 ม. พระสงฆ์ที่อยู่ในวัด 3 รูป ต้องจำวัดอยู่ในสภาพที่ถูกน้ำท่วมชาวบ้านต้องนำอาหารถวาย ขณะที่พื้นที่ในหมู่บ้านที่อยู่รอบวัดก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน สำหรับน้ำที่ไหลเข้าท่วมวัดคลองคล้าเป็นมวลน้ำที่ไหลบ่ามาจาก อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เพราะเป็นพื้นที่ปลายน้ำก่อนที่จะไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา

 

ส่วนที่สถานีรถไฟยะลา เขตเทศบาลนครยะลา มีประชาชนเข้ามาใช้บริการรถไฟขบวนท้องถิ่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามปกติเช่นเดิม มีเพียงพี่น้องประชาชนที่จะใช้บริการมุ่งหน้าไปยัง ภาคใต้ตอนบน และภาคกลางยังคงทยอยเข้ามาคืนตั๋วรถไฟอย่างต่อเนื่อง หลังจากเหตุการณ์เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้ ได้เกิดดินสไลด์ระหว่างสถานีช่องเขา - ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

 

ด้านนายนิติ ชัยภูมิ รักษาการนายสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก แจ้งประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารสามารถคืนตั๋วโดยสารและรับเงินคืนได้ ณ สถานีรถไฟใกล้บ้านได้ทันที สำหรับการเดินทางในวันนี้ (3 ธ.ค.) รอติดตามประกาศอีกครั้งว่าจะสามารถเปิดเดินรถได้หรือไม่ ส่วนรถไฟขบวนท้องถิ่นจากสุไหงโก-ลก จะให้บริการสิ้นสุดปลายทางที่สถานีรถไฟพัทลุง

ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ฝนตกหนักตลอดทั้งวันทำให้มวลน้ำไหลท่วมถนนทางเข้าหมู่บ้านพื้นที่ซอย 8 วัดศานติไมตรี-บ้านควนยูง ระยะทางยาวกว่า 1 กม. และบ้านเรือนชาวบ้านกว่า 30 หลังคาเรือนระดับน้ำสูงประมาณ 1-2 ม.

 

ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายอพยพข้าวออกมีค่าหนีไปอยู่ที่ปลอดภัยโดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยขุนทะเลนำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือเนื่องจากกระแสน้ำไหลเชี่ยวและท่วมสูงอย่างรวดเร็ว โดยนางเบญจวรรณ พระจันทร์กาญจน์ อายุ 53 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า น้ำไหลท่วมสูงในพื้นที่อย่างรวดเร็วเมื่อประมาณช่วงบ่ายวานนี้ (2 ธ.ค.) โดยน้ำได้ไหลท่วมครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดเพียงเวลาไม่ถึง 30 นาที

ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนไม่สามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์สินมีค้าเช่นรถยนต์รถจักรยานยนต์และสัตว์เลี้ยงออกมาได้ทันจมน้ำอยู่ในพื้นที่ อย่างไรก็ตามในพื้นที่ดังกล่าว เคยเกิดน้ำไหลบ่าท่วมสูงอย่างรวดเร็วเมื่อปี 2531 และ 2554 จนมาเกิดอีกครั้งนี้ สำหรับสถานการณ์ภาพรวมทั้งจังหวัดน้ำท่วมหนัก 5 อำเภอคือ กาญจนดิษฐ์,ดอนสัก,ท่าฉาง,วิภาวดีและอำเภอเมือง

 

นอกจากนั้นยังมีเพิ่มที่น้ำกำลังจะท่วมเพิ่มเติมในบางจุดของอำเภอคีรีรัฐนิคม,เคียนซา,พระแสง,ไชยาและบ้านนาสาร ทำให้ถนนภายในหมู่บ้านหลายสายน้ำท่วมสูง 60-100 ซม. รถไม่สามารถสัญจรได้พื้นที่การเกษตรน้ำสูงกว่า 1 ม. บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมบ้าน และบริเวณบ้านจำนวนมาก รวมถึงสัตว์เลี้ยงที่ต้องเริ่มย้ายมาไว้ในที่ปลอดภัยแล้วเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือและสำรวจผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้

 

กลับขึ้นด้านบน