แจ้ง 2 ข้อหากลุ่มหญิงลอบเข้าไทยติด COVID-19 เป็นคดีตัวอย่าง

แจ้ง 2 ข้อหากลุ่มหญิงลอบเข้าไทยติด COVID-19 เป็นคดีตัวอย่าง

แจ้ง 2 ข้อหากลุ่มหญิงลอบเข้าไทยติด COVID-19 เป็นคดีตัวอย่าง

รูปข่าว : แจ้ง 2 ข้อหากลุ่มหญิงลอบเข้าไทยติด COVID-19 เป็นคดีตัวอย่าง

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เตรียมแจ้งข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และ พ.ร.บ.สาธารณสุข กับกลุ่มหญิงที่ลักลอบเข้าไทยผ่านช่องทางธรรมชาติและพบติดเชื้อ COVID-19 เพื่อเป็นคดีตัวอย่าง

วันนี้ (4 ธ.ค.2563) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามหนังสือคำสั่ง กำชับตำรวจตรวจเข้าเมือง และตำรวจตระเวนชายแดน เพิ่มความเข้มงวดป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ตามแนวชายแดน และให้เพิ่มกำลังตำรวจ ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทุกจุดเสี่ยง พร้อมมอบหมายให้ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ดำเนินคดีกับผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทางชายแดนแม่สาย จ.เชียงราย


ด้าน พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า หากคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ต้องการกลับเข้าประเทศ ขอให้มาพบเจ้าหน้าที่ที่ด่านชายแดนแบบถูกกฎหมาย เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ไม่ใช่หลบหนีเข้ามา แล้วนำเชื้อมาแพร่ระบาด สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมของคนหมู่มาก


สำหรับกลุ่มหญิงที่หลบหนีเข้าเมือง แล้วนำเชื้อโรคมาแพร่จนระบาดอยู่ในขณะนี้ ตำรวจจะรอให้หายดีแล้ว จะดำเนินคดีข้อหาให้เป็นคดีตัวอย่าง

ผู้ติดเชื้อ COVID-19 ลักลอบเข้าไทยให้ข้อมูลแค่ 50%

รักษาราชการแทน อธิบดีกรมควบคุมโรค ขอให้คนไทยที่เหลืออยู่ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ดำเนินการเข้าประเทศอย่างถูกต้อง เพื่อเข้าสู่กระบวนการกักตัวและควบคุมโรค เพราะกรณีของผู้ติดเชื้อ 10 คนที่ลักลอบเข้าเมือง ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพียงร้อยละ 50 เนื่องจากกลัวความผิด ทำให้การสอบสวนโรคค่อนข้างยาก


ส่วนข้อสังเกตว่า ผู้ที่เดินทางออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย เกรงว่า การกลับเข้าประเทศทางช่องทางปกติ อาจจะถูกดำเนินคดี จึงทำให้เกิดการลักลอบเข้าเมืองในช่วงที่ผ่านมา

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ระบุว่า เมื่อกลุ่มคนที่หลบหนีออกประเทศ ต้องถือว่า ทุกคนได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว จะแก้ไขกฎหมายให้กลุ่มคนเหล่านี้ คงไม่สามารถทำได้


ส่วนจะมีมาตรการผ่อนผัน เพื่อให้คนกลุ่มนี้เข้าประเทศโดยถูกกฎหมายได้หรือไม่นั้น จะต้องนำไปพิจารณา และหารือ กับหน่วยงานด้านความมั่นคงอีกครั้ง

 

กลับขึ้นด้านบน