กองเรือยุทธการจัดรำลึก “เรือของพ่อ” ต.91

กองเรือยุทธการจัดรำลึก “เรือของพ่อ” ต.91

กองเรือยุทธการจัดรำลึก “เรือของพ่อ” ต.91

รูปข่าว : กองเรือยุทธการจัดรำลึก “เรือของพ่อ” ต.91

กองเรือยุทธการจัดกิจกรรม “เรือของพ่อ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันที่ 5 ธ.ค.2563 ที่ผ่านมา กองทัพเรือโดยกองเรือยุทธการ จัดกิจกรรม “เรือของพ่อ” เพื่อเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ เรือของพ่อ “เรือ ต.91” อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พล.ร.ท.สมชาติ สะตะ เสนาธิการกองเรือยุทธการ ผู้แทนผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธี

เทิดไว้เหนือเกล้าผองเราเหล่านาวี

สำหรับกิจกรรม “เรือของพ่อ” เป็นหนึ่งในกิจกรรม “เทิดไว้เหนือเกล้าผองเราเหล่านาวี” เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม และยังถือว่าเป็น “วันชาติ” และ “วันพ่อแห่งชาติ” อีกด้วย

 

โดยกิจกรรม “เรือของพ่อ” กองเรือยุทธการกำหนดจัดที่บริเวณอุทยานประวัติศราสตร์ เรือของพ่อ “เรือ ต.91” โดยมีผู้บังคับบัญชา กำลังพลของหน่วยงานกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบ หน่วยงานราชการ เอกชน และประชาชนในพื้นที่สัตหีบ เข้าร่วมกิจกรรม จำนวนมาก

 

เริ่มจากการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์จากวงออเคสตร้าของดุริยางค์ราชนาวี จุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมพร้อมกับประชาชนทั่วประเทศ ณ สถานที่ตั้งของ เรือ ต.91 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรือที่เกิดจากพระราชดำริที่ทรงต้องการให้กองทัพเรือได้ต่อเรือรบไว้ใช้ในราชการ ตลอดจนทรงพระราชทานวินิจฉัย และคำแนะนำในการต่อเรือ แก่เจ้าหน้าที่ของกรมอู่ทหารเรือ อีกทั้งทรงใส่พระทัยติดตามความก้าวหน้าอย่างใกล้ชิด

"เรือของพ่อ" รับใช้ชาติยาวนานถึง 51 ปี

จนกระทั่งเรือขึ้นระวางประจำการ และได้ปฏิบัติราชการในการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลตลอดระยะเวลาทั้งสิ้น 51 ปี จนกระทั่งเรือปลดระวางประจำการ ถือได้ว่า เป็นเรือที่เกิดจากสายพระเนตรอันกว้างไกลของพระองค์ เป็นจุดเริ่มต้นของการพึ่งพาตนเองในการต่อเรืออย่างแท้จริง

เรือ ต.91 เป็นเรือที่มีคุณค่ายิ่งต่อประวัติศาสตร์การต่อเรือรบของไทย ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการออกแบบ และต่อเรือ เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯ ทอดพระเนตรการต่อเรือยนต์รักษาฝั่งที่ประเทศเยอรมนี เมื่อปี พ.ศ.2503

 

เมื่อพระองค์เสด็จฯ นิวัติประเทศไทย ได้ทรงพระราชทานพระราชดำรัสแก่กองทัพเรือว่า “กองทัพเรือควรต่อเรือประเภทนี้ใช้เองบ้าง” ซึ่งในครั้งนั้นได้ทรงพระราชทานวินิจฉัยและคำแนะนำในการต่อเรือแก่เจ้าหน้าที่กรมอู่ทหารเรือหลายประการ จนนำมาซึ่งโครงการต่อ เรือ ต.91 และโครงการได้เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2511

เรือ ต.91 จึงเป็นเรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง ที่ขึ้นประจำการ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้เสด็จฯ มาประทับบนเรือ เพื่อทำการทดสอบสมรรถนะด้วยพระองค์เอง

ปฐมบทพัฒนาและพึ่งพาตนเอง

จากพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาของกองทัพเรือในการต่อเรือรบใช้เอง อันเป็นจุดเริ่มต้นของการพึ่งพาตนเอง อีกทั้งยังส่งผลต่ออุตสาหกรรมการต่อเรือรบภายในประเทศ ในเวลาต่อมา

นับได้ว่า เรือ ต.91 เป็นปฐมบทของการพัฒนาและการพึ่งพาตนเองของกองทัพเรือและประเทศชาติ จากพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานให้แก่กองทัพเรือ ในการต่อ เรือ ต.91 ในครั้งนั้น

 

จึงเปรียบได้ว่า เรือ ต.91 เป็น “เรือของพ่อ” ตามที่ปรากฏเมื่อครั้งที่กองทัพเรือ ได้จัดงาน “50 วัน แห่งความอาลัย รวมหัวใจเรือของพ่อ” แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2559 โดยนำเรือ ต.91 มาจอดเทียบท่า ณ หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งนำมาซึ่งการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แก่ผู้ร่วมกิจกรรมอย่างมากมาย ทั้งกำลังพลของกองทัพเรือ และประชาชนทั่วไป

จัดตั้งอุทยานประวัติศาสตร์ “เรือของพ่อ”

เรือ ต.91 มีประวัติการใช้ราชการยาวนานเป็นเวลาถึงกว่า 51 ปี จนกระทั่งกองทัพเรือได้พิจารณาเห็นว่า เรือ ต.91 มีสภาพทรุดโทรมมาก การซ่อมทำเพื่อใช้ราชการต่อไป ไม่มีความคุ้มค่า จึงเสนอกระทรวงกลาโหมให้ปลด เรือ ต.91 ออกจากระวางประจำการ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562

จากนั้น กองทัพเรือโดยกองเรือยุทธการ ด้วยความน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ จึงตั้งใจที่จะนำเรือ ต.91 มาอนุรักษ์จัดตั้งเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ เรือ ต.91 “เรือของพ่อ” ณ อ่าวดงตาล กองเรือยุทธการ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน และเป็นแหล่งการเรียนรู้อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์สำหรับให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษาประวัติและพระอัจฉริยภาพในด้านการออกแบบและต่อเรือของพระองค์

กลับขึ้นด้านบน