เปิดปม : ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

เปิดปม : ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

เปิดปม : ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

รูปข่าว : เปิดปม : ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์

ปรากฏการณ์ไอ้ไข่ เด็กวัดเจดีย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ถูกหลายฝ่ายมองว่า อาจเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนสภาพสังคมเศรษฐกิจในปัจจุบัน ที่ทำให้ผู้คนต้องการที่พึ่งทางใจเพื่อสร้างความหวังในชีวิต

ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะสัปดาห์ก่อนวันประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล วัดเจดีย์ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช จะเนืองแน่นไปด้วยรถและผู้คนจำนวนมากเดินทางมาสักการะบูชาไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ บ้างขอโชคลาภ บ้างมาแก้บน

 

ลานด้านหน้าอุโบสถวัดเจดีย์ นอกจากเป็นพื้นที่จัดวางของไหว้บูชา เครื่องแก้บนแล้ว ด้านหน้าอุโบสถยังมีไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์องค์จำลองที่ ทางวัดจัดไว้ให้ประชาชนกราบไหว้ขอพร

 

หลายครอบครัวมาแก้บนด้วยรำกลองยาว หลังจากขอพรเรื่องหน้าที่การงาน และเชื่อว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นเพราะไอ้ไข่ดลบันดาลให้ ที่นี่ มีคณะกลองยาวมาประจำพื้นที่ให้บริการผู้คน 3-4 คณะ

ผมมารำกลองยาวแก้บน เพราะสมหวังที่เคยมาขอไอ้ไข่ไว้ว่าให้สอบเลื่อนขั้นได้ ที่เลือกมารำกลองยาวเพราะจะได้มากันทั้งครอบครัว ผมว่าดีกว่าไปจุดประทัด

เสียงและควันจากประทัด เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นวันละหลายรอบ บริเวณลานท้ายวัดเจดีย์ กิจกรรมการแก้บนนี้ มีเด็กวัดเจดีย์ทำหน้าที่รับและจุดประทัด เพื่อความปลอดภัย ซึ่งแน่นอนว่าในแต่ละวัน ไม่สามารถนับจำนวนได้ชัดเจนว่าจุดประทัดไปแล้วกี่ล้านนัด

กองประทัดที่ทับถมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผู้คนนำมาแก้บน เพราะมีการขนเศษประทัดไปทิ้งแทบทุกเดือน บริเวณนี้จึงเต็มไปด้วยปลายประทัดที่ผู้คนเชื่อว่ามีเลขมงคลเสี่ยงโชคผูกไว้เกือบทุกที่

ไก่ปูนปั้น เป็นอีกหนึ่งเครื่องแก้บน ที่ผู้คนนิยมนำมาถวายแก้บนไอ้ไข่ ปัจจุบันวัดเจดีย์จัดสถานที่รองรับไก่ปูนปั้นสำหรับแก้บนจำนวนมหาศาล ไว้บนที่ดินเนื้อที่ราว 30 ไร่ไม่ไกลจากวัด เรียกกันว่า สุสานไก่

 

ภายในอุโบสถ เป็นที่ตั้งของไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ องค์ปัจจุบัน แกะสลักจากไม้ตะเคียนคู่ ตั้งแต่ปี 2525 โดยฝีมือของนายเที่ยง เมืองอินทร์ หรือทวดเที่ยง หักเหล็ก ปูชนียบุคคลของท้องถิ่น ผู้มีฝีมือด้านศิลปะและวิชาอาคม

 

รูปเหมือนของนายเที่ยง หรือ ฉายาจอมขมังเวทย์แห่งเมืองฉลอง ตั้งอยู่ใกล้กับองค์บูชาไอ้ไข่ เนื่องจาก เขาเป็นผู้แกะสลักรูปไอ้ไข่เป็นคนแรกด้วยไม้ทองหลางแต่ผุพังไปแล้ว หลังจากฝันว่ามีเด็กชายอายุราว 10 ขวบมาหาบอกว่า “แกะรูปให้เราหน่อย เราไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ จะได้มีที่อยู่อาศัยสักที” ทำให้ได้นายเที่ยงได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้กำเนิดชื่อ ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ เด็กวัดศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านรับรู้ และเรียกขานกันเมื่อกว่า 70 ปีก่อน

นี่คือภาพที่ถูกระบุว่าเป็นหุ่นจำลองของไอ้ไข่ ที่นายเที่ยง แกะสลักแบบขึ้นจากเด็กในความฝันเมื่อประมาณ 2480 ตั้งขึ้นบริเวณแยกชุมชนเพื่อให้ประชาชนกราบไหว้บูชา

 

นายทิพย์วิมล เกลี้ยงขำ หรือ กวี เล่นคม ในวัยกว่า 60 ปี คือบุคคลที่สานต่องานแกะสลักองค์บูชาไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์จากไม้ตะเคียนจนสำเร็จ หลังจากนายเที่ยง หักเหล็ก ที่อายุกว่า 90 ปี เสียชีวิต ทั้งที่งานแกะสลักไอ้ไข่ยังค้างคา โดยทำเพียงขึ้นโครงแบบหุ่นไว้เท่านั้น

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ไอ้ไข่เด็กวัดเจดีย์ คือแรงดึงดูดให้ผู้คนจำนวนมากมาที่วัดเจดีย์
การขยายบอกต่อเรื่องราวน่าอัศจรรย์ ได้สร้างกระแสความเชื่อให้ผู้คนเดินทางมาขอพรอย่างไม่ขาดสาย เพื่อหวังให้ไอ้ไข่ดลบันดาลให้ประสบผลสำเร็จ และเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ประสบปัญหาให้คลี่คลาย

เวลาเกิดภาวะวิกฤตของสังคม มันจะมีสิ่งที่มาชดเชยวิกฤตของสิ่งนั้น นครศรีธรรมราชเกิดไข้ห่าก็เกิดหัวนะโม เกิดโจรผู้ร้ายเต็มบ้านเมืองก็เกิดองค์พ่อจตุคามรามเทพขึ้นมาเพื่อปราบโจรผู้ร้าย เมื่อเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาวิถีชีวิตก็เกิดไอ้ไข่ขึ้นมา

ข้อมูลจากหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดและรายได้ประชากรขยายตัวสูงขึ้น ก่อนหน้านี้มีสายการบินจำนวน 12 เที่ยวบิน ปัจจุบันมีมากกว่า 50 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่าตัว ส่วนธุรกิจโรงแรมมีอัตราเพิ่มขึ้นมาก และ ร้านอาหารเพิ่ม 3 เท่าตัว ความเติบโตของเศรษฐกิจเช่นนี้ ส่วนหนึ่งถูกมองว่า เป็นผลพวงจากปรากฎการณ์ไอ้ไข่

น.ส.อาภาภิรัตน์ วัลลิโภดม นักมานุษยวิทยา มองว่า ความเติบโตของเศรษฐกิจเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากปรากฏการณ์ไอ้ไข่

ไม่ใช่แค่เรื่องเที่ยวบินที่มุ่งตรงไปที่นครศรีธรรมราช แต่ก่อนวัดมีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ แต่พอมีรายได้ที่มาจากการแก้บนหรือปรากฏการณ์ไอ้ไข่ วัดสามารถกว้านซื้อที่ดินมากกว่า 200 ไร่ แล้วชาวบ้านที่แวดล้อมตรงนี้เหมือนเศรษฐกิจดีมาก กินดีอยู่ดีทั้งสิ้น ความเชื่อมันเป็นหลักจริงๆ มันไม่หายไป

ทุกวันนี้ พบว่า มีหลายวัดทั่วประเทศสร้างรูปบูชาไอ้ไข่ ในรูปแบบเฉพาะตัวเพื่อดึงดูดผู้คน บางวัด สามารถนำปัจจัยที่ได้จากแรงศรัทธาไอ้ไข่และการทำบุญบริจาคทั้งหมด ไปสร้างอุโบสถได้รุดหน้าอย่างรวดเร็วในระยะเวลาไม่นาน

บางส่วนมองว่า กระแสนิยมไอ้ไข่เกี่ยวโยงกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ทำให้คนจำนวนหนึ่งต้องการที่พึ่งทางใจ และ มีความหวังที่จะผ่านพ้นวิกฤตที่เกิดขึ้นในชีวิต

ปรากฏการณ์ไอ้ไข่เกิดจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ กระแสนี้บ่งบอกถึงเศรษฐกิจ บ่งบอกถึงความมั่นใจของประชากรไทย บอกถึงความหวังของการค้า ถ้าหากว่าคุณค้าขายดีอยู่แล้ว จะไม่ค่อยงมงาย ไม่มีเวลาพอที่จะไปกราบไหว้ แต่ถ้าการค้าซบเซา ก็จะเริ่มหาตัวช่วย
ไอ้ไข่อาจจะซาลงไปคล้ายกับจตุคาม แต่ว่าแก่นในเรื่องของการเป็นที่พึ่งยังอยู่ ดังนั้น เรารู้สึกว่า ไอ้ไข่จะไม่มีวันตายแต่อาจจะเปลื้องเสื้อผ้าของความเป็นเด็กกุมารออกไป อาจจะมีการปรุงแต่งความเชื่อขึ้นมาใหม่ แต่แก่นกลางสำคัญก็คือ การเป็นที่พึ่งของคน เป็นมิติที่มนุษย์ไปสัมพันธ์กับสิ่งเหนือธรรมชาติที่เรียกว่า ศาสนา ด้วยซ้ำ

                              

 

กลับขึ้นด้านบน