กลุ่มสหกรณ์ร้องแก้กฎกระทรวง หวั่นถูกแทรกแซง-เปลี่ยนระบบ

กลุ่มสหกรณ์ร้องแก้กฎกระทรวง หวั่นถูกแทรกแซง-เปลี่ยนระบบ

กลุ่มสหกรณ์ร้องแก้กฎกระทรวง หวั่นถูกแทรกแซง-เปลี่ยนระบบ

รูปข่าว : กลุ่มสหกรณ์ร้องแก้กฎกระทรวง หวั่นถูกแทรกแซง-เปลี่ยนระบบ

ตัวแทนสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 700 คน รวมตัวเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับฟังความคิดเห็นของกลุ่มสหกรณ์ทั่วประเทศ ชี้ร่างกฎกระทรวง 5 ฉบับไม่เป็นธรรม หากปรับเงื่อนไขระบบในสหกรณ์ให้เหมือนกับธนาคาร หวั่นกระทบต่อชาวบ้านเข้าถึงแหล่งเงินกู้

วันนี้ (9 ธ.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนจากสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย และสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศ กว่า 700 คน จากสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจ, สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ,สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน, สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้า ยื่นเรื่องต่อนายอำพันธุ์ เวฬุตันติ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงฯ รับฟังความคิดเห็น ก่อนกฎกระทรวง 5 ฉบับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่างขึ้นเพิ่มเติม จะได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

 

กลุ่มสหกรณ์ สะท้อนว่า กฎกระทรวง 5 ฉบับดังกล่าว อาจกระทบต่อการบริหารงานในระบบ โดยจะนำรูปแบบธนาคารเข้ามาควบคุมกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์หรือไม่ ซึ่งปัจจุบันสหกรณ์ออมทรัพย์ มีสินทรัพย์รวมกว่า 2.8 ล้านล้านบาท

นายไพบูลย์ แก้วเพทาย ประธานชมรมสหกรณ์ออมทรัพย์รัฐวิสาหกิจ ตัวแทนผู้เรียกร้อง เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับการนำรูปแบบธนาคารมาใช้ เพราะอาจทำให้สมาชิกเข้าถึงเงินกู้ได้ยาก โดยมีการเสนอข้อมูลว่า การกู้ระยะยาว หรือปานกลาง ที่ใช้บุคคลค้ำประกัน ได้มีข้อกำหนดงวดชำระหนี้ให้สั่นลง วงเงินที่จะต้องใช้หนี้ของสมาชิกก็จะเพิ่มสูงขึ้น คือ ผู้กู้ต้องชำระหนี้ได้ไม่เกิน 150 งวด ระยะเวลา 12.5 ปี ซึ่งชุมนุมสหกรณ์เห็นว่า ควรกำหนดระยะเวลาไม่เกิน 15 ปี หรือไม่เกิน 180 งวด

 

นอกจากนี้ การกำหนดให้เงินกู้สามัญ หากกู้ใหม่ ต้องชำระค่างวดตามสัญญาเดิมมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 งวด ส่วนเงินกู้พิเศษไม่น้อยกว่า 12 งวด ซึ่งกระทบต่อการดำเนินงานของสหกรณ์ จึงมีข้อเสนอว่า ควรให้กำหนดว่าหากกู้ใหม่และกู้มาแล้วเกินกว่า ร้อยละ 90 ของสิทธิ์การกู้จะต้องชำระหนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 6 งวด ยกเว้นเงินกู้ประเภทฉุกเฉิน รวมทั้งประเด็นปัญหาที่กำหนดให้การกู้ยืมเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ให้สหกรณ์กำหนดหลักเกณฑ์ ให้สมาชิกส่งข้อมูลเครดิต ให้กับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร เพื่อประกอบการพิจารณาให้เงินกู้ ในส่วนนี้กลุ่มสหกรณ์เห็นแย้ง จึงมีข้อเสนอไม่ควรนำเรื่องข้อมูลของสมาชิกให้กับเครดิตบูโร ในการประกอบการพิจารณาให้เงินกู้ เนื่องจากจะทำให้สมาชิกสหกรณ์หรือสหกรณ์มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมถึงข้อมูลเครดิตสมาชิกที่เดือดร้อน อาจไม่สามารถเข้าถึงการกู้ยืม และจะต้องเข้าสู่การกู้เงินนอกระบบ ซึ่งไม่เป็นการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์

 

ขณะที่รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ บอกว่า จะรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มสหกรณ์ และทางสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ส่วนข้อกังวลในกฎกระทรวง 5 ฉบับนั้น ยังไม่ได้ทำการยื่นเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จึงสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

ทั้งนี้ สหกรณ์ทั่วประเทศขณะนี้มีกว่า 8,000 แห่ง แบ่งเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ 1,412 แห่ง และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน 584 แห่ง

 

แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน