ป.ป.ส.เผยผลตรวจสารเคมี 1.2 ตัน พบเคตามีนปน 1.2 กรัม

ป.ป.ส.เผยผลตรวจสารเคมี 1.2 ตัน พบเคตามีนปน 1.2 กรัม

ป.ป.ส.เผยผลตรวจสารเคมี 1.2 ตัน พบเคตามีนปน 1.2 กรัม

รูปข่าว : ป.ป.ส.เผยผลตรวจสารเคมี 1.2 ตัน พบเคตามีนปน 1.2 กรัม

สำนักงาน ป.ป.ส.ยืนยันผลตรวจสารเคมีในโกดังที่ จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 1.2 ตัน พบมีเคตามีนเจือปนเพียง 1.2 กรัม ยืนยันยังดำเนินคดีข้อหาครอบครองเพื่อจำหน่ายได้ ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

วันนี้(15 ธ.ค.63) นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการตรวจสอบของกลางที่พบในโกดังแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา น้ำหนักรวมกว่า 12,000 กก. หลังผลการตรวจเบื้องต้นพบว่าเป็นเคตามีนและบางส่วนเป็นสารเคมีชนิดอื่น

นายวิชัย เปิดเผยว่า ก่อนที่จะเข้าไปตรวจค้นในโกดังดังกล่าวได้รับการประสานงานมาจากทางการไต้หวันเมื่อปลายเดือน ต.ค.ว่า พบยาเสพติดชนิดเคตามีนจำนวน 12 กระสอบ น้ำหนักประมาณ 300 กก.โดยที่กระสอบระบุว่า เป็นแคลเซียมคาร์บอเนต จากนั้นได้สืบสวนเส้นทางจนพบว่ายาเสพติดทั้งหมดส่งมาจากประเทศไทย โดยส่งมาจากโกดังที่เข้าไปตรวจสอบเมื่อเข้าไปตรวจสอบครั้งแรก เจ้าหน้าที่พบกระสอบบรรจุสารเคมีวางแบ่งเป็น 4 กอง โดยกองแรกจำนวน 66 กระสอบ น้ำหนักรวม 1,664 กก. จุดที่ 2 จำนวน 200 กระสอบ น้ำหนักรวม 5,109 กก. และจุดที่ 3 จำนวน 200 กระสอบ น้ำหนัก 5,020 กก.โดยผลการตรวจทั้ง 3 กอง นี้พบว่าภายในบรรจุสารเคมีที่ชื่อว่า ไตรโซเดียมฟอสเฟต ไม่พบยาเสพติด

 

ส่วนจุดที่ 4 มีของกลางที่ต้องตรวจสอบรวม 27 กระสอบ และพบว่ามี 12 กระสอบ ปากถุงมีร่องรอยการเปิดอยู่ และตรวจพบสารเคมีที่ชื่อว่า ไตรโซเดียมฟอสเฟส 15 กระสอบ ส่วนอีก 12 กระสอบ พบสารเคมี แคลเซียมคาร์บอเนต และยังพบยาเสพติดชนิดเคตามีนเจือปนอยู่ด้วยน้ำหนักรวม 1.2 ก.

นายวิชัย ยังระบุว่า จากการนำพยานหลักฐานจากประเทศไต้หวันมาเปรียบเทียบก็พบว่า ผู้ที่ลักลอบนำเคตามีนส่งไปไต้หวันมีการเปลี่ยนกระสอบที่โกดังนี้ก่อนส่งทำให้มียาเสพติดเจือปนอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สามารถดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากถือว่าเป็นการครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่ายเพราะมีน้ำหนักของกลางเกิน 0.5 ก.

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังไม่เคยพบการลักลอบนำยาเสพติดปะปนกับสารเคมีชนิดอื่นส่งออกไปยังต่างประเทศ เพราะที่ผ่านมาพบเจอเฉพาะการซุกซ่อนในสิ่งของชนิดอื่น หรือ พืชผลทางการเกษตร แต่ในครั้งนี้ทำให้เป็นบทเรียนในการตรวจสอบยาเสพติด โดนเฉพาะตามแนวชายแดนหากพบว่า มีสารเคมีชนิดดังกล่าวลักลอบเข้ามาก็จะต้องนำตรวจทางห้องปฏิบัติการก่อน ส่วนสารเคมีทั้ง 2 ชนิดยืนยันว่า ไม่ใช่สารตั้งต้นผลิตยาเสพติดแต่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป

 

ขณะที่ พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ ที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การดำเนินคดีหลังจากนี้หลังจากที่สำนักงาน ป.ป.ส.ได้ร้องทุกข์ให้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ดำเนินคดีและสืบสวนผู้ที่ลักลอบนำยาเสพติดส่งออกไปไต้หวันแล้ว ซึ่งเป็นคดีระหว่างประเทศที่ต้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดมาร่วมทำคดี และอีกคดีคือการครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย หลังผลการตรวจสอบทั้งหมดพบเคตามีน 1.2 ก.

พล.ต.ต.ชาตรี ยืนยันว่า ผลการตรวจสอบที่พบแม้จะมีเพียงยาเสพติดเพียงเล็กน้อยจากของการที่ยึดไว้ตรวจสอบกว่า 10,000 กก.ก็ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งผู้ต้องหา เพราะการตรวจสอบเป็นไปด้วยความละเอียดแล้ว ส่วนที่เป็นการเจอปนของสารเสพติดนั้น น่าจะเป็นผลมาจากการสับเปลี่ยนกระสอบก่อนที่จะขนส่งออกไป

 

 

กลับขึ้นด้านบน