เลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี กลุ่มบ้านใหญ่ "คุณปลื้ม" ชน "คณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี "

เลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี กลุ่มบ้านใหญ่ "คุณปลื้ม" ชน "คณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี "

เลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี กลุ่มบ้านใหญ่ "คุณปลื้ม" ชน "คณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี "

รูปข่าว : เลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี กลุ่มบ้านใหญ่ "คุณปลื้ม" ชน "คณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี "

เกาะติดเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี กลุ่มบ้านใหญ่ "คุณปลื้ม" ชน "คณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี" ด้าน "ธนาธร" นำทีมลุยช่วย"พลอยลภัสร์" หวังสู้ "วิทยา" ชิง ส.อบจ. 42 เขต สะท้อนสู่คะแนนเสียงการเมืองระดับชาติ

วันนี้ (19 ธ.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความสำคัญของสนามเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้ ที่ชลบุรี เป็นจังหวัดใหญ่ มี ส.อบจ. ได้ 42 คน มีงบประมาณปีละเกือบ 4,000 ล้านบาท ถ้ารวม 4 ปี ประมาณ 15,000 บ้านบาท ซึ่งการเลือกตั้ง อบจ.ที่ชลบุรี มีความเกี่ยวโยงกับการเมืองระดับชาติอย่างเข้มข้น เพราะเป็นการต่อสู้กันระหว่าง กลุ่มบ้านใหญ่ตระกูล "คุณปลื้ม" ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มก้าวหน้า นำโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยู่ในปีกฝ่ายค้านและได้ชื่อว่าขวัญใจคนรุ่นใหม่

ในมิติการเมืองท้องถิ่น นับว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างกลุ่มบ้านใหญ่ เจ้าของตำแหน่งเดิม กับนักการเมืองตระกูล "สิงห์โตทอง" รวมถึงยังมีนักการเมืองอดีต ส.ส. และผู้สมัคร สส.ชลบุรี อีกหลายคน ทั้งจากพรรคเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย รวมตัวกันสู้กับกลุ่มบ้านใหญ่ โดยประสานกับ "คณะก้าวหน้า" ที่นำโดยนายธนาธร

หากย้อนดูสนามเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่แล้ว จ.ชลบุรี มี ส.ส.จำนวน 8 คน กลุ่มบ้านใหญ่ ตระกูล"คุณปลื้ม" ในนามพรรคพลังประชารัฐได้รับเลือก 5 คน แต่พรรคอนาคตใหม่สร้างเซอร์ไพร์ส เจาะสนามชลบุรีได้ 3 คน 1 ใน 3 ผู้สมัครของบ้านใหญ่ที่สอบตก คือ นายอิทธิพล คุณปลื้ม ซึ่ง ปัจจุบันเป็น รมว.กระทรวงวัฒนธรรม

 

สำหรับเลือกตั้งท้องถิ่น อบจ.ชลบุรีครั้งนี้ กลุ่มบ้านใหญ่ ตระกูล "คุณปลื้ม" ลงสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.ในชื่อกลุ่ม "เรารักชลบุรี" มีนายวิทยา คุณปลื้ม ซึ่งเป็นนายก อบจ. ติดต่อกันมา 2 สมัย ลงสมัครป้องกันตำแหน่ง ขณะที่ "คณะก้าวหน้าเปลี่ยนชลบุรี" ส่ง นส.พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง เป็นผู้ท้าชิง

เรารักชลบุรี เน้น 6 ด้าน 

สำหรับทีม "เรารักชลบุรี" เน้นสโลแกน / "ชลบุรี สร้างสรร ยั่งยืน" มี นโยบายหลัก 6 ด้าน ได้แก่

1.Smart People (พลเมืองอัจฉริยะ)มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และสิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดกว้างสำหรับความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของประชาชน

- ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ทัดเทียม

- การศึกษาทางไกลโดยใช้เทคโนโลยี

- ศูนย์การเรียนรู้เพื่อคนทุกวัย

- เรียนด้วย ทำงานด้วย จบแล้วไม่ตกงาน

- ส่งเสริมภาษาที่ 3 สู่โรงเรียน

2. Smart Living (การดำรงชีวิตอัจฉริยะ) เมืองที่มีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ประชาชนมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี มีความปลอดภัย และมีความสุขในการดำรงชีวิต

- ยกระดับคุณภาพโรงพยาบาลประจำจังหวัด อำเภอ และตำบล

- ยกระดับ อสม.อัจฉริยะ (หมอถึงบ้าน พยาบาลถึงเรือน)

- ยกระดับการดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ป่วย ด้วยเทคโนโลยี

- ยกระดับสนามกีฬามาตรฐานทุกอำเภอ

- ส่งเสริมกีฬาขั้นพื้นฐาน สู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพ

- พัฒนาเส้นทางปั่นจักรยาน

- เพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชนเมือง

- ส่งเสริมการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในพื้นที่ชุมชน

- ศูนย์ดูแลสัตว์จรจัด

3. Smart Economy (เศรษฐกิจอัจฉริยะ)ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจและบริหารจัดการ ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

- เกษตรอัจฉริยะ

- พัฒนาศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี

- ยกระดับทักษะแรงงานรองรับ EEC

- ยกระดับสินค้า OTOP ชลบุรี สู่สากล ด้วยดิจิตอลแพลตฟอร์ม

- 1 อำเภอ 1 แลนด์มาร์ค ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน

- พัฒนาเมืองเป็นศูนย์กลางการจัดกีฬาระดับนานาชาติ

- ปฏิทินการท่องเที่ยวชลบุรี สู่สายตาผู้คนทั่วโลก 12 เดือน 11 อำเภอ

4. Smart Environment (สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ) คำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการ

- จัดการขยะด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

- พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

- ติดตั้งระบบตรวจวัดอากาศฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่เสี่ยง

- ถนนปลอดภัย ไฟสว่าง

- พัฒนาระบบบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน

- สายไฟฟ้าลงดิน (นำร่องในเขตท่องเที่ยว)

- ส่งเสริมการปลูกป่าชายเลน ลดการกัดเซาะชายฝั่ง

5. Smart Mobility (การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ)

เพิ่มประสิทธิภาพและความเชื่อมโยงของระบบขนส่งและการสัญจรที่หลากหลาย เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง รวมถึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

- พัฒนาถนนสายหลัก

- พัฒนาถนนสายรอง

- ส่งเสริมระบบขนส่งและการจราจรอัจฉริยะ SMART BUS

6. Smart Governance (การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ)พัฒนาระบบบริการภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวก แก่ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของภาครัฐ โดยมุ่งเน้น ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม

คณะก้าวหน้า เปลี่ยนชลบุรีชู 10 นโยบาย

 

ขณะที่ กลุ่มคณะก้าวหน้า เปลี่ยนชลบุรี ชูสโลแกนหลัก คือ "เปลี่ยนประเทศไทย เริ่มได้ที่ชลบุรี" และมีสโลแกนรอง คือ "หยุดพวกพ้อง หยุดผูกขาด หยุดอิทธิพล เปลี่ยนชลบุรี เริ่มต้นที่พวกเรา"

ส่วนนโยบาย ใช้แคมเปญ "เปิด​ 10​ นโยบายเปลี่ยนชลบุรี​" ได้แก่

1. EV​ BUS ขนส่งมวลชนเชื่อมต่อเดินทางจากจังหวัด สายแรกเมื่อเราเข้าไป บริหาร อบจ.ชลบุรี เส้นสายชลบุรี ไปสัตหีบ ถึงสนามบินอู่ตะเภา

2. ศูนย์สุขภาพดูแลผู้สูงอายุ ประชาชนในอำเภอทุกช่วงวัย และมีเครื่องฟอกไต ประจำศูนย์ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปในตัวจังหวัดรอคิว สามารถดูแลสุขภาพ ฟอกไตในตัวอำเภอประหยัดค่าใช้จ่าย และเวลา

3. พัฒนาระบบการศึกษาโรงเรียนในสังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี

- อาหารกลางวันของเด็กนักเรียนต้องฟรี พร้อมมีคุณภาพถูกหลักโภชนาการ ครบห้าหมู่ของอาหาร

- พัฒนาบุคลากรครู สื่อการเรียน การสอน อุปกรณ์การเรียนรู้ ต้องดีมีคุณภาพ 

- คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และความปลอดภัยของเด็กนักเรียน

4. ศูนย์เรียนรู้เทคโนโลยีสารสนเทศ (TECH CENTER ) ประจำทุกอำเภอ

5. ลานกีฬาของเยาวชน จะมีสเก็ตบอร์ด โรลเลอร์เบลด และบีบอย

6.ศูนย์เลี้ยงดูเด็กเล็ก ( แรกเกิด ถึง สามขวบ) ทุกนิคมอุตสาหกรรม ในอำเภอที่มีนิคมอุตสาหกรรม เช่นอำเภอศรีราชาและพานทอง

7. อุดหนุนงบประมานปลูกตต้นไม้ และปรับปรุงส่วนสาธารณะในท้องถิ่นเพิ่มทัศนียภาพสวยงาม สิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นปอดของคนในชุมชน

8. พัฒนาศูนย์กำจัดขยะ ให้มีประสิทธิภาพลองรับขยะในแต่ละชุมชน และส่งเสริมการคัดแยกให้ถูกวิธี และที่สำคัญต้องคัดแยกขยะต้นทางด้วย

9. ดูแลผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ เพิ่มเบี้ยยังชีพกับคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ( wheelchair )

10. เพิ่มงบประมาณลงชุมชน(ชุมชนละ 130,000 บาทต่อชุมชน) ให้ปชช.ในชุมชนออกเสียงเลือกใช้งบประมาณของตัวเองของแต่ละชุมชนด้วย

ทั้งนี้ ในการเลือกตั้ง อบจ.ชลบุรี มีจำนวนผู้สมัคร "นายก อบจ."จำนวน 4 คน ผู้สมัคร "ส.อบจ." รวม 154 คน โดย จ.ชลบุรี มี 11 อำเภอ แบ่งการเลือกตั้งเป็น 42 เขต ขณะที่ จ.ชลบุรี มีประชากร 1,558,301 คน แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,155,686 คน (ในจำนวนนี้ 18,257 คน เป็นกลุ่ม New voter หรือ 1.57% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งใน จ.ชลบุรี )

จากเดิมมีหน่วยเลือกตั้ง จากเดิมที่มีอยู่กว่า 1,283 หน่วยเลือกตั้งแต่จากสถานการณ์ที่ประเทศไทยคุมเข้มมาตรการในช่วง COVID-19 ทำให้ การจัดเลือกตั้งครั้งนี้ เพิ่มหน่วยเลือกตั้งเป็น 2,054 หน่วยเลือกตั้ง และใช้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเกือบ 30,000 คน โดย จะมี อสม.อยู่ประจำจุดหน่วยเลือกตั้งละ 2 คน

 

"ชลบุรี" แข่งเดือด

ผศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ภาควิชาคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ม.บูรพา กล่าวว่า การเลือกตั้งนายกฯ อบจ.ในครั้งนี้แม้ว่าจะมีกลุ่มเก่าแต่ก็มีกลุ่มใหม่ที่มาพร้อมกับกระแส ความพร้อม ทรัพยากร เครือข่าย รวมถึง จ.ชลบุรี อยู่ภายใต้ อีอีซี มีแนวโน้มในการพัฒนาอย่างมาก และ อบจ.ชลบุรี เป็นองค์กรที่มีงบประมาณจำนวนมากราว 3,800 ล้านบาท และเด็กรุ่นใหม่ที่เติบโตขึ้นและสนใจการเมือง และชนชั้นกลางที่มีจำนวนมากและมีวิธีคิ มุมมองการเมืองที่ต่างกับชาวบ้านซึ่งถือว่าเป็นความน่าสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้

ในการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่น่าจะมีการนอนมา หรือ นอนมาก็เหนื่อยแน่ เพราะครั้งนี้เป็นการต่อสู้ของ 2 ตระกูลทางการเมือง แม้เบอร์ 2 จะบอกว่ามาจากคณะก้าวหน้า แต่ก็เป็นตระกูล "สิงห์โตทอง" ที่ต่อสู้กับตระกูล "คุณปลื้ม" มานานแล้ว และการแข่งขันน่าจะดุเดือดเพราะ จังหวัดเริ่มเปลี่ยน คนเริ่มเปลี่ยน และการเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมาบ้านใหญ่ก็เพลี่ยงพล้ำได้ ซึ่งบ้านใหญ่ไม่เคยคิดว่าจะพ่ายแพ้ต่ออนาคตใหม่ในการเลือกตั้ง ส.ส. บทเรียนในครั้งนั้นเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ต่อบ้านใหญ่ในครั้งนี้ ขณะที่กระแสของคนรุ่นใหม่เป็นความหวังว่ากลุ่มของคณะก้าวหน้าจะชนะการเลือกตั้ง การแข่งขันจึงเข้มข้นมาก

 

นโยบายสาธารณะน่าสนใจ

นอกจากนี้ ยังได้เห็นนโยบายสาธารณะที่หลายกลุ่มนำเสนอมากขึ้น ซึ่งกระแสสังคมและคนรุ่นใหม่กดดันให้แต่ละกลุ่มต้องนำเสนอนโยบายสาธารณะ ทั้ง 4 เบอร์ แต่ที่เป็นจุดอ่อนคือ ผู้สมัครขาดการสื่อสาร แม้ว่าจะมีป้ายโฆษณาต่าง ๆ แต่ในการลงพื้นที่ก็ขาดการสื่อสารหรือสื่อสารน้อยโดยเฉพาะการใช้งบประมาณ 3,800 ล้านบาท เช่น การสร้างคุณภาพชีวิต ระบบสาธารณสุข การมีส่วนร่วมประชาธิปไตยท้องถิ่น

สร้างเมนูตอบสนองคน 3 กลุ่ม

ผส.ดร.โอฬาร ยังระบุว่า ขณะที่ในโค้งสุดท้ายจะยังคงเข้มข้นเพราะแม้ว่าจะมีชนชั้นกลาง คนรุ่นใหม่ แต่ก็มีคนในชนบท การหาเสียงจะทำทุกอย่างเช่นพยายามใช้นโยบายกับชนชั้นกลางผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างกระแสการเมืองคนรุ่นใหม่โยงกับนายธนาธรเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และใช้เครือข่ายการเมืองท้องถิ่น ซึ่งแต่ละกลุ่มพยายามสร้างเมนูตอบสนองคน 3 กลุ่ม และจากนี้ต่างฝ่ายจะต่างจับผิดว่าจะมีการทุจริตการเลือกตั้ง หรือ ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

ขณะที่การใช้งบประมาณถ้าหากตัดรายจ่ายประจำประมาณร้อยละ 40 จะอยู่ที่ราว 2,000 ล้านบาท ในยุคนี้ ควรที่จะกลับมาดูแลคุณภาพชีวิต เนื่องจากระบบโครงสร้างพื้นฐานดีแล้ว ควรมีนโยบายดูแลคนตั้งแต่เด็กจนเสียชีวิต เช่นมีสถานเด็กเล็ก โรงเรียนคุณภาพ ส่งเสริมอาชีพ สร้างความมั่นคง และสร้างเทคโนโลยีเพื่อเกี่ยวร้อยคนไว้ด้วยกัน

สมัยก่อนมักชอบมีข้อวิจารณ์ว่า อบจ.เป็นสภาผู้รับเหมา ต้องเปลี่ยนมาเป็นสภาในการพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างความมั่นคงและหลักประกันในประชาชนใน จ.ชลบุรี

จุดเด่น 2 คู่ชิง

ขณะที่จุดเด่นที่ของ 2 คู่ชิง นายกฯ อบจ.คือ นายวิทยา คือเป็นทายาทกำนันเป๊าะซึ่งมีประสบการณ์เนื่องจากเป็นนายกฯ อบจ.หลายสมัย ไม่มีภาพลบ มีภาพลักษณ์นักบริหาร และมี สอบจ.ในเครือข่าย และในการหาเสียงจะไม่โจมตี และเน้นการสื่อสารทางการเมืองผ่านเครือข่าย ขณะที่ตระกูล "สิงห์โตทอง" มีฐานการเมืองใน อ.บ้านบึง ภาพลักษณ์เป็นคนรุ่นใหม่ ภาพลักษณ์ของสตรี และลงในคณะก้าวหน้ามีภาพลักษณ์ของนายธนาธรที่กล้าเปลี่ยนแปลง จึงเห็นได้ว่าแต่ละฝ่าย ต่างมีเอกลักษณ์การเลือกตั้งใน จ.ชลบุรี ครั้งนี้จึงมีความน่าสนใจอย่างมาก

กลับขึ้นด้านบน