สิ้น "มนูญ ศิริวรรณ" ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน

สิ้น "มนูญ ศิริวรรณ" ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน

สิ้น "มนูญ ศิริวรรณ" ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน

รูปข่าว : สิ้น "มนูญ ศิริวรรณ" ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน

มนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญพลังงาน เสียชีวิตด้วยอาการหมดสติ ระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน หลังร่วมประชุมที่กระทรวงพลังงาน 2 นัดในครึ่งวันเช้า นับเป็นการสูญเสียบุคลากรสำคัญด้านพลังงานและการสื่อสารพลังงาน

วันนี้ (23 ธ.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมนูญ ศิริวรรณ วัย 74 ปี ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงาน เสียชีวิตด้วยอาการของโรคหัวใจ เมื่อวานนี้ (22 ธ.ค.) ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้า นายมนูญได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าเข้าร่วมประชุม 2 นัดในช่วงเช้า ทั้งประชุมการนำเสนอผลการศึกษารายงานขั้นกลาง ครั้งที่ 2 ของโครงการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ สำหรับพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ และการประชุมคณะทำงานเพื่อพลังงานที่เป็นธรรมร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน

จากนั้นมีรายงานว่า ระหว่างรับประทานอาหารกลางวันที่อาคาร ENCO C นายมนูญเกิดอาการล้มหมดสติ ทีมฉุกเฉินและส่วนการแพทย์ ของ ปตท.เข้าช่วยชีวิต และเร่งนำส่งโรงพยาบาลวิภาวดี แต่ภายหลังมีผู้ได้รับแจ้งจากญาติ ว่านายมนูญเสียชีวิต

นายมนูญ หรือ "อาจารย์มนูญ" ที่ผู้เคารพนับถือรวมทั้งสื่อมวลชนเรียกขาน เพราะเป็นผู้ประสิทธิประสาทความรู้ด้านพลังงานให้กับสื่อมวลชนและคนทั่วไป และเป็นวิทยากรด้านพลังงานมาโดยตลอด ด้วยคำอธิบายที่เข้าใจง่ายและไม่เลือกปฏิบัติ โดยมีประสบการณ์การเป็นผู้บริหารในบริษัทน้ำมันข้ามชาติและบริษัทน้ำมันของคนไทย แม้ในวัยเกษียณยังได้ทำงานวิชาการด้านพลังงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ เอกชน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร หลายตำแหน่ง บทบาทเด่น คือ การเป็นแกนนำกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหลายคน เสนอแนะข้อคิดเห็นต่อรัฐมนตรีพลังงานและรัฐบาล เพื่อปรับปรุงนโยบายด้านพลังงานในหลายยุค

ขณะเดียวกัน นายมนูญยังเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และรองประธานคณะกรรมาธิการด้านพลังงาน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดัน พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 โดยเฉพาะการกำหนดบทบาทกรรมการบริหารกองทุนที่ต้องทำแผนรองรับวิกฤติการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงและแผนยุทธศาสตร์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ นอกเหนือจากภารกิจบริหารเงินกองทุน ข้อสำคัญ คือ กำหนดเพดานการเก็บเงิน และเพดานการกู้เงินสำหรับกองทุนให้หมาะสม ป้องกันไม่ให้นักการเมืองนำไปใช้แสวงหาประโยชน์ จนต้องเป็นหนี้แสนล้านแบบในอดีต พร้อมกับกำหนดแนวทางการลดการอุดหนุนน้ำมันชีวภาพลงภายใน 3 ปี

 

กลับขึ้นด้านบน