ศบค.เผยไทยติดเชื้อเพิ่ม 315 คน

ศบค.เผยไทยติดเชื้อเพิ่ม 315 คน

ศบค.เผยไทยติดเชื้อเพิ่ม 315 คน

รูปข่าว : ศบค.เผยไทยติดเชื้อเพิ่ม 315 คน

ศบค.รายงานสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 315 คน ติดเชื้อในประเทศ 294 คน และอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 21 คน

วันนี้ (3 ม.ค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.รายงานสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 315 คน จำนวนนี้เป็นการติดเชื้อในประเทศ 294 คน และอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ 21 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 7,694 คน รักษาหายแล้ว 4,337 คน เสียชีวิตคงที่ 64 คน

 

ทั้งนี้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มขึ้นหลายพัน ภาพรวมวันนี้ (3 ม.ค.) ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มสูงสุดกว่าวันอื่นๆ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่อยู่ระหว่างสอบสวนโรค 234 คน มีประวัติไปสถานที่เสี่ยง 37 คน เชื่อมโยงสมุทรสาคร-ชลบุรี 3 คน คนหาเชิงรุก 20 คน และเดินทางมาจากต่างประเทศ 21 คน

 

กรณีที่รอผลการสอบสวนโรค 234 คน อยู่ใน กทม. 2 คน, นนทบุรี 1 คน, สมุทรสาคร 38 คน, ระยอง 43 คน, ชลบุรี 62 คน, สมุทรปราการ 8 คน, จันทบุรี 68 คน และตราด 12 คน ซึ่งเป็นจังหวัดทางฝั่งตะวันออกเกือบทั้งหมด

 

จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่ และสะสมวันที่ 15 ธ.ค. 63 - 3 ม.ค.64 สูงสุด 10 จังหวัด 1.จ.สมุทรสาคร 2.จ.ระยอง 3.จ.ชลบุรี 4.กรุงเทพมหานคร 5.จ.จันทบุรี 6. จ.สมุทรปราการ 7.จ.นนทบุรี 8.จ.นครปฐม 9.จ.ตราด และ 10.จ.เพชรบุรี

นอกจากนี้ มาตรการฉบับที่ 6 มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การห้ามใช้อาคาร-สถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ยังคงเน้นย้ำในพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือการห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการควบคุมโรค ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่และมีมาตรการทางสาธารณสุขรองรับ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าฯ กทม. กำหนดหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมตามสถานการณ์ในพื้นที่

 

ทั้งนี้การปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าฯ กทม. โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย สั่งปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด

 

ส่วนร้านอาหาร มีการร่างใหม่โดยมีเงื่อนไขการเปิดดำเนินการในพื้นที่ควบคุมสูงสุด ภายใต้เงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบที่กำหนด เช่น การจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม ให้จัดระเบียบเข้าใช้บริการคนนั่งกินในร้าน จัดสถานที่ และมีมาตรการป้องกันโรค โดยอาจให้เป็นลักษณะนำกลับไปบริโภคที่อื่น และการจำหน่ายสุราสำหรับร้านอาหาร โดยห้ามดื่มสุราภายในร้าน ทั้งนี้ต้องรอนายกฯ เห็นชอบ

ขณะที่ เรื่องการเดินทางข้ามจังหวัด ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งห้าม แต่จะมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจคัดกรองบริเวณเส้นทางคมนาคมข้ามเขตพื้นที่จังหวัด โดยเฉพาะการเดินทางของบุคคลจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด และขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางหากไม่มีความจำเป็น หากนายกฯ ลงนามเห็นชอบแล้ว แต่ละพื้นที่จะมีการออกประกาศเฉพาะพื้นที่ และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามประกาศในพื้นที่ของตนเอง

ผู้ที่อยู่ในพื้นที่สีแดง หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปในพื้นที่อื่นสามารถเดินทางได้ รวมถึงสายการบิน รถประจำทาง และรถขนส่งสินค้า แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ประชาชนลดการเดินทาง เว้นระยะระหว่างกัน 

 

นพ.ทวีศิลป์ ตอบคำถามสื่อมวลชน หลังจากก่อนหน้านี้ที่กรุงเทพฯให้ 3 เขตเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และเมื่อนายกฯลงนามให้กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดทั้งหมดจะมีแนวทางปฏิบัติคือ ให้ประชาชนรับฟังแนวทางปฏิบัติจากกรุงเทพฯว่าจะมีแนวทางปฏิบัติเช่นไร หรือให้แต่ละพื้นที่ออกประกาศตามคำสั่งเพื่อดำเนินมาตรการในแต่ละพื้นที่

โฆษก ศบค.ยังกล่าวถึงเหตุผลที่ยังไม่ใช้คำว่า "ล็อกดาวน์" ว่า หาก ศบค.มีคำสั่งล็อกดาวน์จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงการหารายได้ของประชาชน และจะต้องมีการเยียวยา เป็นภาระภาษีของประเทศ การใช้ยาแรงจัดการทั้งประเทศมีบทเรียนมาแล้วจากครั้งก่อน ซึ่งคนที่เจ็บปวดที่สุดคือประชาชน 

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จะใช้กลไกของจังหวัดสู้กับ COVID-19 บางจังหวัดอาจใช้ยาแรง อยากให้ประชาชนเข้าใจและให้ความร่วมมือ หนึ่งเดือนข้างหน้าจะมีความเปลี่ยนแปลง โดยวันที่ 3 ม.ค.63 ถือเป็นวันแรกที่ยกธงสู้หลังตรวจพบโรคที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้ครบ 1 ปี เราต้องเปิดแนวรบรูปแบบใหม่ที่หนักกว่าเดิม และการ์ดต้องยกสูงขึ้น

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน