พิษโควิด! ผู้ประกอบการนวดแผนไทย ร้องนายกฯ ผ่อนปรนเปิดร้าน

พิษโควิด! ผู้ประกอบการนวดแผนไทย ร้องนายกฯ ผ่อนปรนเปิดร้าน

พิษโควิด! ผู้ประกอบการนวดแผนไทย ร้องนายกฯ ผ่อนปรนเปิดร้าน

รูปข่าว : พิษโควิด! ผู้ประกอบการนวดแผนไทย ร้องนายกฯ ผ่อนปรนเปิดร้าน

นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย ร้องนายกรัฐมนตรีผ่อนปรนให้มีการเปิดกิจการ ภายใต้กำกับดูแลตามมาตรการเดียวกับร้านเสริมสวย มั่นใจใช้มาตรการป้องกัน COVID-19 เข้มข้น ชี้ผู้ประกอบการร้านนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า กระทบหนักหลังปิดร้าน 3 เดือนในระลอกแรก

วันนี้ (6 ธ.ค.2563) นายพิทักษ์ โยธา นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย เป็นตัวแทนสถานประกอบการนวดแผนไทยเข้ายื่นหนังสือต่อศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยร้องเรียนมติในที่ประชุมกรณีสั่งปิดสถานที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเป็นการชั่วคราว และกำหนดมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรค โดยหนึ่งในสถานที่ที่ถูกสั่งปิด คือ สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า


นายพิทักษ์ ระบุว่า สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้า ปิดตัวเป็นเวลา 3 เดือนในการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในระลอกแรก ซึ่งมีผู้ประกอบการและลูกจ้างได้รับผลกระทบจำนวนมาก แม้รัฐจะมีการเยียวยาแต่ก็ยังไม่ทั่วถึงและเพียงพอต่อความเสียหาย

นอกจากนี้ สถานประกอบการนวดแผนไทย นวดฝ่าเท้ายังมีการบริการแบบ New normal มีการสแกนแอปฯ ไทยชนะ เว้นระยะห่าง และรองรับผู้ใช้บริการเพียง 10-20 คนต่อวันเท่านั้น พร้อมเพิ่มรอบทำความสะอาดพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินกิจการภายใต้มาตรการของ ศบค.อย่างเคร่งครัด


นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย ยังได้เสนอให้รัฐบาลมีการพิจารณาเร่งด่วนในการผ่อนปรนให้มีการเปิดกิจการ ภายใต้กำกับดูแลตามมาตรการเดียวกับร้านเสริมสวย และคลินิกเสริมความงามต่างๆ มีการจัดอบรมผู้ให้บริการนวดเพื่อสุขภาพเพิ่มเติม ซึ่งผู้ประกอบการและพนักงาน ยินดีปฏิบัติตามข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข

ในเรื่องการคัดกรองเรื่องของสุขภาพผู้ให้บริการและผู้บริการอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจบริการเพื่อสุขภาพ โดยการมีการฝึกอบรม หรือ ฉีดพ่นฆ่าเชื้อต่างๆ เพื่อให้ผู้มารับบริการปลอดภัย และมีการตรวจ COVID-19 ฟรีให้กับผู้ให้บริการ เพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้ให้บริการมีความปลอดภัย

ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลมีมาตรการที่ชัดเจนในการเยียวยาและฟื้นฟูภาวะล้มละลายของธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพ รวมถึงหนี้สินที่พอกพูนจากการเว้นการทำงานของผู้ประกอบการที่ไม่มีการช่วยเหลือที่ชัดเจนตั้งแต่ประกาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มี.ค.2563 ขณะนี้เป็นเวลา เกือบครบปีเต็มแล้วที่ภาครัฐปฏิบัติงานล่าช้าซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มพูนอย่างมาก

 

 

กลับขึ้นด้านบน