จับพยาบาล "แจ้งตายเท็จ - เปลี่ยนชื่อใหม่" หนีคดีฆาตกรรมนาน 7 ปี

จับพยาบาล "แจ้งตายเท็จ - เปลี่ยนชื่อใหม่" หนีคดีฆาตกรรมนาน 7 ปี

จับพยาบาล "แจ้งตายเท็จ - เปลี่ยนชื่อใหม่" หนีคดีฆาตกรรมนาน 7 ปี

รูปข่าว : จับพยาบาล "แจ้งตายเท็จ - เปลี่ยนชื่อใหม่" หนีคดีฆาตกรรมนาน 7 ปี

กองปราบปรามรวบพยาบาลสาวหลบหนีคดีฆาตกรรมนาน 7 ปี พบไม่ไปรายงานตัวตามกำหนดศาล ยื่นเอกสารแจ้งเสียชีวิตเท็จ พร้อมเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ก่อนเข้าทำงานเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านนวมินทร์

วันนี้ (11 ม.ค.2564) ว่าที่ พ.ต.ต.ปภินวิทย์ อุดมพร สว.กก.๑ บก.ป.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม น.ส.กนกรัชต์ (สงวนนามสกุล) ชื่อเดิม ศิริกาญจน์ หรือ หญิง อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 272/2560 ลงวันที่ 21 มี.ค.2560 ในข้อกล่าวหา “ไม่มาศาลตามกำหนดนัดมีพฤติการณ์หลบหนี ในความเรื่องนี้ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่น ลักทรัพย์ ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังสาเหตุการตาย ปลอมแปลงเอกสารราชการปลอม” จับกุมตัวได้ที่โรงพยาบาลย่านนวมินทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.มีนบุรี เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2558 โดยระบุว่า สามีหายตัวไป เจ้าหน้าที่จึงเร่งสอบสวนทราบข้อมูลจาก สภ.บางน้ำเปรี้ยว ว่า เมื่อวันที่ 14 เม.ย.2558 มีการพบศพชายนิรนามตายเปลือยสภาพไหม้เกรียมอยู่ในพงหญ้า และเมื่อนำศพดังล่าวส่งตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายสมมาศ สามีของผู้เสียหาย

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเร่งสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุจนทราบว่า น.ส.ศิริกาญจน์ เป็นผู้อยู่กับผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้าย จึงได้ลงพื้นที่จับกุมตัว น.ส.ศิริกาณจน์ ที่บ้านพักของแฟน พร้อมของกลางรถยนต์ที่ผู้เสียชีวิตขับออกมาก่อนหายตัวไป จอดอยู่หลังบ้าน

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า ในวันที่ 11 เม.ย.2558 ได้นัดพบกับนายสมมาศที่โรงเเรมแห่งหนึ่ง ขณะที่อยู่ในห้องนายสมมาศได้กินยาไวอากร้าเข้าไป ก่อนเกิดอาการแน่นหน้าอกและหมดสติไป เมื่อจับชีพจรพบว่านายสมมาศเสียชีวิตแล้ว จึงเรียกพนักงานโรงแรมให้มาช่วยอุ้มนายสมมาศไปไว้ที่เบาะหลังรถ อ้างว่าจะพาไปรักษาที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นจึงขับรถไปจนถึงย่านบางน้ำเปรี้ยว ก่อนทิ้งร่างผู้เสียชีวิตไว้ข้างทาง

พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบ และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งขณะที่คดีอยู่ในชั้นพิจารณาของศาล ผู้ต้องหาไม่ได้มาตามนัด และพบว่ามีการทำเอกสารปลอมขึ้นมาเพื่อแสดงว่าผู้ต้องหาเสียชีวิตแล้ว ศาลจึงได้อนุมัติหมายจับ เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

ล่าสุด วันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล และมาทำงานอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านนวมินทร์ จึงลงพื้นที่จับกุมตัวผู้ต้องหา ก่อนนำตัวส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าตนเองไม่มีเจตนาจะหลบหนีศาล และเอกสารการตายเป็นการกระทำโดยพลการของบุคคลอื่น ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

 

กลับขึ้นด้านบน