แกะรอยเส้นทางขนแรงงานเถื่อน จ.กาญจนบุรี

แกะรอยเส้นทางขนแรงงานเถื่อน จ.กาญจนบุรี

แกะรอยเส้นทางขนแรงงานเถื่อน จ.กาญจนบุรี

รูปข่าว : แกะรอยเส้นทางขนแรงงานเถื่อน จ.กาญจนบุรี

เปิดเส้นทางแรงงานข้ามชาติลักลอบเข้าเมือง จ.กาญจนบุรี พบตัวการสำคัญ นายหน้าทั้งในไทยและเมียนมา รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐร่วมมือ 33 คน และการขยายผลอาจจะมีมากกว่านั้น

เชิงเทือกเขารอยต่อระหว่างไทยกับเมียนมา ใน อ.สังขละบุรี จ.กาญจบุรี จุดที่น้ำท่วมไม่ถึง จ้าหน้าที่เคยพบว่า เป็นจุดที่มีการลักลอบนำแรงงานข้ามชาติ เข้ามาในไทยเพื่อเตรียมส่งต่อไปในพื้นที่ชั้นใน

 

กลุ่มแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ จะนัดพบกับขบวนการที่จะนำเรือมารอรับตามจุดนัดหมายและเมื่อนั่งเรือไปใกล้กับด่านตรวจก็จะให้เดินเท้าข้ามเขาเพื่ออ้อมจุดตรวจ ก่อนที่จะนัดเจอกันอีกฝั่งและนั่งเรือไปต่อและพบว่าจะมาขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรือใน อ.ทองผาภูมิ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะขึ้นลงเรือบริเวณนี้

 


ตำรวจได้เข้าตรวจค้นในบ้านของกลุ่มนายหน้า ที่เคยลักลอบนำแรงงานข้ามชาติเข้ามาในไทย ทั้ง อ.สังขละบุรี ไทรโยค และเมืองกาญจนบุรี และจับผู้ต้องหาที่เคยลักลอบนำแรงงานเข้ามาผ่านทางเรือ และยอมรับว่ามีอีกหลายคนที่ก่อเหตุแบบนี้

 

ขบวนการนี้ยังพบความเชื่อมโยงถึงข้าราชการในพื้นที่จำนวนมาก โดยจะมีนายหน้าชาวไทยรายใหญ่ติดต่อกับตำรวจใน อ.สังขละบุรี เพื่อให้ผลประโยชน์ จากนั้นจะมีนายหน้าใน อ.สังขละบุรี เป็นผู้ประสานงานกับนายหน้าในประเทศเมียนมาและจัดหน้าที่พักให้

 

ส่วนบางกลุ่มจะมีผู้ใหญ่บ้านเป็นคนติดต่อกับตำรวจฝ่ายสืบสวน และตรวจคนเข้าเมืองกาญจนบุรี ร่วมกับตำรวจที่เกษียณไปแล้ว ติดต่อกับนายหน้าฝั่งประเทศเมียนมา ให้จัดหาแรงงานเข้ามาในไทยและจ่ายผลประโยชน์ให้กับข้าราชการอีกหลายคนในพื้นที่

 


พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์  รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า เครือข่ายนี้สืบสวนพบว่าทำมาตั้งแต่ก่อนสถานการณ์แพร่ระบาดของ ไวรัส COVID-19 และยังมีการลักลอบเข้ามาอยู่ ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับตำรวจในพื้นที่แล้ว

 

มีรายงานว่าตำรวจใน จ.กาญจนบุรี ถูกตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 25 นาย ตั้งแต่รองผู้บังคับการ ผู้กำกับการ ฝ่ายสืบสวน และตรวจคนเข้าเมือง ส่วนฝ่ายปกครอง และศุลกากร ถูกตรวจสอบ 8 คน ซึ่งหากพบมีความผิดจะดำเนินคดีทั้งวินัย และอาญา และในสัปดาห์หน้าจะมีการร้องทุกข์ให้ตรวจสอบข้าราชการฝ่ายปกครองในพื้นที่อีก 10 คน

 

 

กลับขึ้นด้านบน