"อนุทิน" โต้ "ธนาธร" ปมวัคซีน มือไม่พายอย่าใช้อะไรราน้ำ

"อนุทิน" โต้ "ธนาธร" ปมวัคซีน มือไม่พายอย่าใช้อะไรราน้ำ

"อนุทิน" โต้ "ธนาธร" ปมวัคซีน มือไม่พายอย่าใช้อะไรราน้ำ

รูปข่าว : "อนุทิน" โต้ "ธนาธร" ปมวัคซีน มือไม่พายอย่าใช้อะไรราน้ำ

"อนุทิน" โต้ "ธนาธร" ปมจัดซื้อวัคซีน ชี้สถาบันฯ มีพระมหากรุณาธิคุณช่วยพระราชทานสิ่งทั้งยามเผชิญภัยพิบัติ-โรคระบาด ย้อน "ธนาธร" อยากแก้วิกฤตตามแบบตัวเอง เข้ามาบริหารบ้านเมืองให้ได้ก่อน

สืบเนื่องจากกรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เฟซบุ๊กไลฟ์ตั้งข้อสังเกตการจัดซื้อวัคซีนของประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นนำเข้าวัคซีนจากบริษัทเพียง 2 แหล่ง คือ บริษัท ไซโนแวค และบริษัท แอสตราเซเนกา มีสาระสำคัญแบ่งเป็น 3 ประเด็น 

 

1.) นายธนาธร ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นผู้ผลิต แม้จะเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย แต่ขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 581 ล้าน รวมถึงบริษัทในเครือและบริษัทลูกอีก 3 แห่ง ขาดทุนสะสมเช่นกัน

2.) ตามแผนนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ ปี 2563-2565 แผนเดิมในไตรมาส 1 ของปี 2563 ไม่มีชื่อ บริษัท แอสตราเซเนกา และบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นผู้ร่วมผลิต

ส่วนองค์กรที่ถูกเสนอชื่อมี 7 แห่ง อาทิ องค์กรเภสัชกรรม ,สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาวัคซีนฯ ม.มหิดล เป็นต้น แต่เข้าไตรมาส 3 กลับมีการจัดซื้อวัคซีนจำนวนมาก จากบริษัท แอสตราเซเนกา โดยความร่วมมือของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท เอสซีจี

3.) นายธนาธร ตั้งข้อสังเกต รัฐบาลใช้งบฯ สนับสนุนบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ 1,449 ล้านบาท ทั้งที่ประชุมกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2563 เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2563 มีกรรมการตั้งข้อสังสัยว่า อาจเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เพราะรัฐบาลนำงบฯ ไปสนับสนุนบริษัทเอกชน

นอกจากนี้ นายธนาธร ยังตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจัดหาวัคซีนเพื่อหวังคะแนนความนิยมทางการเมืองหรือไม่

ตกลงเป็นเรื่องคะแนนความนิยมทางการเมือง หรือเป็นเรื่องการดูแลเอาใจใส่ประชาชน การตัดสินใจเรื่องนี้ใช้อะไรเป็นตัวตัดสินใจ

วันนี้ (19 ม.ค.2564) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรับมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ระบุว่า ผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นผู้พระพระราชทานสิ่งของในยามที่ประเทศมีภัยพิบัติและโรคระบาดมานาน

 

ส่วนช่วงการระบาดโควิด-19 ได้รับของพระราชทานสิ่งของจำเป็นนับไม่ถ้วน อาทิ รถตรวจหาเชื้อ 20 คัน ชุดพีพีอี เวชภัณฑ์ และทุนทรัพย์หลักพันล้านบาท ดังนั้นผู้ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ควรไปทำการบ้านเรื่องนี้ก่อน

"ไปทำการบ้านตรงนี้มาก่อนว่าใครทำให้ แล้วค่อยออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์ เพราะไม่มีอะไรที่พระองค์ท่านทำแล้วไม่เกิดประโยชน์ให้กับบ้านเมืองให้กับประชาชน"

นายอนุทิน กล่าวว่า วัคซีนเป็นเรื่องสำคัญและเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน อย่านำเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง มีเรื่องอื่นๆ อีกมากที่ควรช่วยกันรักษาบ้านเมือง เรื่องวัคซีนเป็นเรื่องของแพทย์ต้องปล่อยให้แพทย์ดำเนินการ ส่วนพวกเรามีเรื่องอื่นที่ทำประโยชน์ได้อีกหลายเรื่อง

เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะทำอะไรให้เป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ ก็ต้องทำให้ตัวเองเข้ามาบริหารบ้านเมืองให้ได้ก่อน

นายอนุทิน กล่าวว่า หากเราไม่มีพื้นฐานที่ดี ความเข้มแข็งคงไม่เกิด และบ่ายวันนี้ตนเองเตรียมไปรับพระราชทานชุดพีพีอีอีก 770,000 ชุด และนายอนุทิน กล่าวอีกว่า "พวกที่ออกมาว่าๆ น่ะ มือไม่พายก็ไม่ต้องเอาอะไรมาราน้ำ"

กลับขึ้นด้านบน