สถานรับเลี้ยงเด็กวอน กทม.ทบทวน-หวั่นครูพี่เลี้ยงตกงาน

สถานรับเลี้ยงเด็กวอน กทม.ทบทวน-หวั่นครูพี่เลี้ยงตกงาน

สถานรับเลี้ยงเด็กวอน กทม.ทบทวน-หวั่นครูพี่เลี้ยงตกงาน

รูปข่าว : สถานรับเลี้ยงเด็กวอน กทม.ทบทวน-หวั่นครูพี่เลี้ยงตกงาน

สมาคมพัฒนาสถานรับเลี้ยงเด็กไทย เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่า กทม. ให้พิจารณาทบทวนมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ ให้สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน สามารถกลับมาเปิดรับบริการเลี้ยงเด็กได้อีกครั้ง หากปล่อยไว้นาน อาจมีสถานรับเลี้ยงเด็กมากกว่า 50% ที่จะต้องปิดกิจการลง

วันนี้ (22 ม.ค.2564) นายไพรัตน์ อุดมไพรพฤกษ์ นายกสมาคมพัฒนาสถานรับเลี้ยงเด็กไทย พร้อมผู้ประกอบการสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน และผู้ปกครอง ยื่นหนังสือที่ถึง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้พิจารณาทบทวนคำสั่ง ปิดสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน และผ่อนคลายล็อกดาวน์ ให้สถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน

สามารถเปิดดำเนินการได้ ภายในวันที่ 25 ม.ค.นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบให้สถานรับเลี้ยงเด็กประมาณ 50-70 % ที่อาจจะต้องปิดตัวลง และครูพี่เลี้ยงอีกจำนวนมากอาจจะตกงาน


อีกทั้งทางสมาคมได้วางหลักเกณฑ์ผ่านคู่มือมาตรฐานป้องกันไวรัส COVID-19 ในสถานรับเลี้ยงเด็ก โดยออกแบบร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ในการปฏิบัติเพื่อคัดกรองตรวจรับ และป้องกันในระหว่างการดูแลเด็ก ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงในการกระจายเชื้อไวรัส COVID-19


ด้านผู้ประกอบการสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน บอกว่า จากการปิดสถานรับเลี้ยงเด็ก ส่งผลกระทบต่อเจ้าของกิจการเป็นอย่างมาก เพราะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก อีกทั้งยังส่งผลกระทบให้ครูพี่เลี้ยงตกงาน ขาดรายได้ ถึงแม้บางส่วนจะได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม แต่ก็ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย


ในส่วนของผู้ปกครอง บอกว่า ปัจจุบันยังจำเป็นต้องออกไปทำงานเช่นเดิม การที่ไม่มีสถานรับเลี้ยงเด็กรองรับ จำเป็นต้องพาลูกไปที่ทำงานด้วย หลายคนก็ต้องพาลูกไปฝากไว้กับญาติ และมีผู้ปกครองส่วนหนึ่งที่ต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลบุตร ซึ่งการติดตามผู้ปกครองไปสถานที่ทำงาน ทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ COVID-19 มากขึ้น

สำหรับการไปยื่นหนังสือในครั้งนี้ นางรัชดา คชานุบาล หัวหน้ากลุ่มงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับเรื่อง และจะเร่งดำเนินการนำเสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต่อไป

กลับขึ้นด้านบน