"นพ.ทวี" ยันไม่เกี่ยวการเมือง เลือกวัคซีนโควิด เน้นคนไทยปลอดภัย

"นพ.ทวี" ยันไม่เกี่ยวการเมือง เลือกวัคซีนโควิด เน้นคนไทยปลอดภัย

"นพ.ทวี" ยันไม่เกี่ยวการเมือง เลือกวัคซีนโควิด เน้นคนไทยปลอดภัย

รูปข่าว : "นพ.ทวี" ยันไม่เกี่ยวการเมือง เลือกวัคซีนโควิด เน้นคนไทยปลอดภัย

นพ.ทวี ยันไม่เกี่ยวการเมือง เลือกวัคซีน COVID-19 เน้นคนไทยปลอดภัย สธ.แนะกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง เคสดีเจและผู้ประกาศข่าวติดเชื้อ ให้กักตัวเองและสังเกตอาการ แม้จะมีผลตรวจเป็นลบ เพราะเชื้อมีระยะเวลาฟักตัว 2 วัน - 2 สัปดาห์

วันนี้ (22 ม.ค.2564) นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย ว่า วันนี้มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 309 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 297 คน ติดเชื้อจากต่างประเทศ 12 คน ส่วนการระบาดระลอกใหม่ (วันที่ 15 ธ.ค. 2563-22 ม.ค.2564) มีผู้ติดเชื้อสะสม 8,867 คน รักษาหายเพิ่ม 382 คน หรือ 70.87% หายป่วยแล้ว 6,284 คน ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 2,572 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

จำนวนผู้ติดเชื้อสะสม มากที่สุด 5 อันดับแรก (วันที่ 18 ธ.ค.2563 - 22 ม.ค.2564) ยังคงเป็น จ.สมุทรสาคร ชลบุรี กรุงเทพฯ ระยอง สมุทรปราการ และมีการแพร่กระจายเชื้อไปแล้ว 63 จังหวัด

 

ขณะที่เคสดีเจและผู้ประกาศข่าวติดเชื้อ COVID-19 นั้น นพ.เฉวตสรร แนะนำให้กลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงกักตัวเองและสังเกตอาการ แม้จะมีผลตรวจเป็นลบ เพราะเชื้อมีระยะเวลาฟักตัว 2 วัน - 2 สัปดาห์ ส่วนผู้สัมผัสกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง ให้ตรวจหาเชื้อ สังเกตอาการ ใช้มาตรการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง

นอกจากนี้ แนะนำว่าควรแยกกันใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ชุดอุปกรณ์แต่งหน้า แต่อุปกรณ์ที่ค่อนข้างแห้งเชื้อจะติดได้ไม่นาน

 

นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กล่าวถึงเรื่องวัคซีน COVID-19 ว่า วัคซีนเป็นเครื่องมือเสริม ที่มีประสิทธิภาพมากในการควบคุมป้องกันโรค แต่ไม่ใช่ฉีด 1-2 สัปดาห์ จะเห็นผล อาจต้องเป็นเดือน เพราะฉะนั้นไม่ใช่สูตรสำเร็จ ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังต้องเข้าสู้มาตรการ การป้องกันตัวเอง

วัคซีนที่ทั่วโลกยอมรับกันในขณะนี้ เป็นวัคซีนที่ใช้ในภาวะฉุกเฉินไม่ได้เป็นภาวะปกติเพราะฉะนั้นมีที่ขึ้นทะเบียนแล้วเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก มี 3 ตัว และกำลังจะมีตัวที่ 4 ตัวที่ 5 เรียงเข้ามา เรื่อยๆ ตอนนี้มีการศึกษาวิจัยรอคิวอยู่อีกจำนวนมา ต่อไปก็คงจะมีวัคซีนตัวอื่น ๆ เข้ามาด้วย

เพราะฉะนั้นหลักการของวัคซีน COVID-19 ที่เราจะนำมาใช้ เราถือว่าวัคซีนนี้เป็นชีววัตถุอย่างหนึ่ง ซึ่งฉีดเข้าสู่ร่างกาย เพราะฉะนั้นวัคซีนต้องเป็นสิ่งที่ปลอดภัย ก่อนแป็นอันดับแรก และต้องมีประสิทธิภาพที่รับได้ เช่น องค์การอนามัยโลกบอกว่าวัคซีน อย่างน้อยที่สุดต้องมีประสิทธิภาพ 50% ขึ้นไป 

และ 3 คือเรื่อง ราคา เนื่องจากตอนนี้ สินค้าตัวนี้ผู้ขายมีอำนาจมากกว่าเพราะฉะนั้นราคาจะค่อนข้างสูงมาก เรื่องนี้หากเป็นความจำเป็นของประเทศ ทางฝ่ายการเมืองก็ยิ่งดีที่จะซื้อและแจกจ่ายให้กับประชาชน ในเบื้องต้นคงยังไม่สามารถฉีดให้ทุกคนได้แต่เป้าหมายคือ จะฉีดให้ 50 -70 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากร ยกเว้นเด็กต่ำกว่า 18 ปี ที่ยังฉีดไม่ได้

วัคซีนล็อตแรก ก.พ.นี้ ที่สมุทรสาคร-ตาก-ชายแดนใต้

นพ.ทวี กรณีมีคำว่าถามว่าภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องฉีดซ้ำไหม และครอบคลุมเชื้อดื้อยาหรือไม่ ขณะนี้ เบื้องต้นที่มีการศึกษามาแล้ว ก็เป็นเรื่องที่จะต้องติดตามต่อไป การศึกษาวิจัยยังไม่จบ แต่เนื่องจากเราจะเห็นว่าทั่วโลก มีคนป่วยโควิด เกือบ 100 ล้านคน เสียชีวิตไป 2 ล้าน เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ซึ่งรอไม่ได้ทำยังไงที่จะให้ประชาชนที่รับวัคซีนปลอดภัย และได้ผลจากวัคซีนด้วย 

นพ.ทวี ตอบคำถามถึงการเตรียมความพร้อมก่อนฉีดวัคซีน ว่า สิ่งแรกต้องเตรียมใจก่อนว่าอยากรับวัคซีนเพื่อป้องกันตนเอง หากฉีดจำนวนมากก็ป้องกันโรคในวงกว้างได้ ซึ่งกลุ่มแรกต้องฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาด เพราะเป็นด่านหน้าที่เสียสละสูงมาก จากนั้นจะฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุ เนื่องจากหากติดเชื้อและจะมีอาการรุนแรง

ยืนยันว่าประเด็นวัคซีนคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก โดยนำข้อมูลต่าง ๆ มาประกอบการตัดสินใจ

นพ.ทวี กล่าวอีกว่า ตอนนี้กำลังเข้าสู่ยุคที่เราจะมีวัคซีนใช้ ขอเรียนว่าวิทยาศาสตร์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง วิทยาศาสตร์ไม่เคยเลือกข้างการเมือง ขอให้วางใจว่าทางคณะแพทย์ นักวิชาการ ไม่เกี่ยวกับการเมืองฝ่ายไหนก็ตาม ยังตรงไปตรงมาโดยมีจุดยึดถือที่สำคัญ คือความปลอดภัยและผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก

ขณะที่วัคซีนลอตแรกที่จะได้รับจากบริษัทแอสตราเซเนกา 50,000 โดส ในเดือน ก.พ.นี้ จะนำมาฉีดให้กับบุคลากรสาธารณสุข บุคลากรด่านหน้าและฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร และ อ.แม่สอด จ.ตาก รวมถึงบริเวณชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่มาเลเซีย โดยจะฉีดให้ครบทั้ง 50,000 คน จากนั้นรอเวลาอีก 8-12 สัปดาห์ จึงจะเริ่มฉีดโดสที่ 2 ซึ่งคาดว่าเมื่อถึงเวลานั้น วัคซีนเข็มที่ 2 จะทยอยมาถึง 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน