เปิดชีวิตคนไทยในมาเลเซีย หลังล็อกดาวน์ประเทศ

เปิดชีวิตคนไทยในมาเลเซีย หลังล็อกดาวน์ประเทศ

เปิดชีวิตคนไทยในมาเลเซีย หลังล็อกดาวน์ประเทศ

รูปข่าว : เปิดชีวิตคนไทยในมาเลเซีย หลังล็อกดาวน์ประเทศ

นับเป็นวันแรกที่มาเลเซียประกาศล็อกดาวน์เมืองเพิ่มอีก 6 รัฐ ชีวิตคนไทยในมาเลเซียต้องเปลี่ยนไป การซื้ออาหารกักตุน ลดออกจากที่พักกลายเป็นชีวิตประจำวัน ท่ามกลางความกังวลที่จะถูกผลักดันกลับประเทศเพื่อลดภาระการรักษาพยาบาลและคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19

วันนี้ (22 ม.ค.2564) ชาวไทยและชาวมาเลเซียในรัฐเคดาห์ เดินเลือกซื้ออาหารที่จำเป็นในตลาดอาวังกัว สำหรับเก็บเอาไว้บริโภค หลังจากทางการมาเลเซีย ประกาศปิดเมือง ใน 6 รัฐ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 4,000 คนต่อวัน ส่งผลทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของมาเลเซีย พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 160,000 คน แล้ว

 

ตอนนี้ตัวเลขคนติดเชื้อค่อนข้างสูง ทำให้คนไทยก็กลัว คนออกมาใช้จ่ายน้อยมาก คนเก็บตัวอยู่ในบ้าน ส่วนใหญ่คนไทยไม่ค่อยเจอกัน มีธุระอะไรก็โทรหากัน

คนไทยในมาเลเซีย ยังบอกอีกว่า การปิดเมืองทำให้การใช้ชีวิตและประกอบอาชีพในมาเลเซียลำบากมากขึ้น เพราะถูกควบคุมการเข้า-ออกที่พักเป็นเวลา และการปิดเมืองครั้งนี้ เชื่อว่า จะนำไปสู่การกวาดล้างแรงงานข้ามชาติในประเทศมาเลเซีย เพื่อควบคุมการแพร่เชื้อ และลดภาระการรักษาพยาบาลในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ จึงอยากจะเตือนแรงงานไทยให้รีบกลับประเทศ เพราะหากถูกควบคุมตัวอาจเสี่ยงติด COVID-19 ได้ 


ด้าน พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 สั่งให้หน่วยงานความมั่นคงบริเวณพื้นที่พรมแดนไทย-มาเลเซีย ทั้ง 5 แห่ง ยกระดับคุมเข้มพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมสถานการณ์หากมาเลเซียผลักดันแรงงานข้ามชาติออกนอกประเทศ ซึ่งอาจทำให้แรงงานข้ามชาติสัญชาติอื่นๆ ที่ไปทำงานผิดกฏหมาย ลักลอบเข้าไทยและเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ


ขณะที่ข้อมูลแรงงานต่างด้าวจากประเทศมาเลเซียที่ลักลอบเข้าประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน พบว่า มีการจับกุมแรงงานข้ามชาติได้ 624 คน จับผู้นำพาและผู้ให้ที่พักพิงได้อีก 15 คน

อสม.ไทยสยามช่วยคนไทยในมาเลเซียกลับบ้าน  

ขณะเดียวกันอาสาสมัครชาวไทยสยามหรือคนมาเลเซียเชื้อสายไทย ในรัฐเคดาห์ และเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ได้เข้าช่วยเหลือนางอัมรา ยะมาย ชาว อ.นาทวี จ.สงขลา และลูกอีก 3 คน ที่อาศัยในกระท่อมในป่าสวนยางพาราแห่งหนึ่ง ใน อ.แซะ รัฐเคดาห์


นางอัมรา เล่าว่า เข้ามาหางานทำพร้อมกับสามีในประเทศมาเลเซีย เมื่อ 4 ปีก่อน แต่ก็ถูกสามีทิ้งไป ทำให้ต้องคลอดลูกคนที่ 2 และคนที่ 3 ในสวนยางพาราเพียงลำพัง ลูกจึงไม่มีเอกสารแจ้งเกิด ซึ่งภายหลังการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 หนักขึ้น จึงไม่มีงานทำ และต้องอาศัยอาหารจากเพื่อนที่นำมาแบ่งให้เป็นครั้งคราว พร้อมแจ้งว่าต้องการกลับบ้านจึงอยากกลับบ้าน แต่หนังสือเดินทางหมดอายุ


ภายหลังอาสาสมัครชาวไทยสยามได้ประสานผ่านสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง เพื่อดำเนินการด้านเอกสาร ก่อนส่งตัวกลับไทย ผ่านพรมแดน อ.ควนโดน จ.สตูล ในวันนี้ สร้างความดีใจให้ครอบครัวของนางอัมราเป็นอย่างมาก


ทั้งนี้ อาสาสมัครชาวไทยสยามและสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง ยังได้เร่งสำรวจคนไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีเอกสารไม่ครบถ้วน หรือเข้าเมืองไม่ถูกต้อง เพื่อให้เดินทางกลับประเทศได้ตามขั้นตอนโดยเร็ว 

 

กลับขึ้นด้านบน